Tobacco Harm Reduction Network (Thailand)

รวมบทความ ข่าวสาร งานวิจัย เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการลดสารพิษจากการสูบบุหรี่แบบมวน และลดมลพิษให้กับคนรอบข้าง

แนวทางการลดความเสี่ยงในการควบคุมยาสูบ

การลดอันตราย หรือ Harm Reduction คือ แนวทางด้านสาธารณสุขที่มุ่งลดความเสี่ยงจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่อาจเป็นอันตรายต่อบุคคล ชุมชน และสังคมโดยรวม ทำให้ผู้คนสามารถทำกิจกรรมที่เคยก่อให้เกิดความเสี่ยงได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น ทุกวันนี้ หากเราทบทวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างถี่ถ้วน จะสังเกตได้ว่าแนวทางการลดอันตราย (Harm Reduction) ที่หลากหลายถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของเรา ทำให้อันตรายและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นลดลงโดยที่เราไม่รู้ตัว

การลดอันตราย (Harm Reduction) คือการเปิดมุมมองใหม่ให้กับการแก้ไขปัญหา โดยค้นหาแนวทางที่จะให้ผลลัพธ์ได้ดีที่สุด อันตรายน้อยที่สุดในสถานการณ์ที่เราไม่สามารถเลิกทำกิจกรรมใดๆ ที่มีความเสี่ยงได้

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดนวัตกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยงส่วนบุคคลได้ ขณะที่ระเบียบข้อบังคับและกฎหมายที่มีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีจะช่วยเสริมให้สังคมในวงกว้างสามารถลดผลกระทบจากพฤติกรรมเสี่ยง เทคโนโลยีลดความเสี่ยงเหล่านี้ช่วยจำกัดผลกระทบด้านลบของการกระทำของเราที่มีต่อตนเอง ผู้อื่น สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการทาครีมกันแดด การคาดเข็มขัดนิรภัย การเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรุ่นเครื่องยนต์สันดาป รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ไม่มีการเผาไหม้อย่าง บุหรี่ไฟฟ้า หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน (IQOS) เพื่อลดอันตรายจากการสูบบุหรี่ ซึ่งล้วนเป็นตัวอย่างของการลดอันตรายในชีวิตประจำวันของเรา


การลดอันตรายจากยาสูบ (Tobacco Harm Reduction) เป็นหนึ่งตัวอย่างของการลดอันตรายด้านสาธารณสุขและเพิ่มความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคม ซึ่งเห็นผลอย่างชัดเจนในหลายประเทศ แม้ความพยายามในการควบคุมจำนวนผู้สูบบุหรี่ในปัจจุบันยังคงได้ผลดี แต่ยังมีผู้สูบบุหรี่อีกกว่าพันล้านคนทั่วโลก และพวกเขาเหล่านั้นเลือกที่จะสูบบุหรี่ต่อไป โดยตัวเลขนี้จะคงอยู่จนถึงปี พ.ศ. 2568 ตามข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีนวัตกรรมและแนวทางปฏิบัติเพื่อตอบโจทย์ผู้สูบบุหรี่กลุ่มนี้ โดยแนวทางการลดอันตรายจากยาสูบ เป็นแนวทางที่ถูกนำเสนอเป็นเพื่อทางเลือกแก่ผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป ให้พวกเขาได้ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เกิดจากการสูบบุหรี่ผ่านการใช้บุหรี่ไฟฟ้า หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน (IQOS) ทดแทนการสูบบุหรี่ที่มีการเผาไหม้

ปัจจุบัน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถลดอันตรายจากยาสูบผ่านผลิตภัณฑ์ไร้ควันอย่าง บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน (IQOS) ที่มีอันตรายน้อยกว่า เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่มีการเผาไหม้ จึงสามารถลดจำนวนสารเคมีอันตรายที่ถูกปล่อยออกมาจากการจุดไฟเผาใบยาสูบ ต้นเหตุของควันบุหรี่ได้ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ไร้ควันแบบอื่นที่ให้นิโคตินนอกจากบุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน (IQOS) เช่น ถุงนิโคติน และสนูส ทั้งนี้งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่า แม้นิโคตินไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง แต่ก็ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักของโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ แท้จริงแล้วควันที่เกิดจากการเผาใบยาสูบในบุหรี่คือสาเหตุสำคัญ เพราะทำให้เกิดสารเคมีอันตรายมากกว่า 6,000 ชนิด และ 100 ชนิดในนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ดังนั้นทางเลือกสำหรับผู้ที่เลือกสูบบุหรี่ต่อไป คือการลดอันตราย (Harm Reduction) โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้นิโคติน แต่ไม่มีการเผาไหม้ใบยาสูบทดแทนการสูบบุหรี่แบบเดิม

งานวิจัยล่าสุดที่นำโดย University of California Los Angeles (UCLA) แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ไร้ควันช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มักเพิ่มขึ้นในผู้สูบบุหรี่ทั่วไปได้ ในประเทศญี่ปุ่นมีการศึกษาพบว่า อัตราที่ผู้สูบบุหรี่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคที่เกี่ยวกับการสูบบุหรี่ลดลง ซึ่งเกิดขึ้นไม่นานหลังจากผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนเข้าสู่ตลาด
ส่วนประเทศอังกฤษก็กำลังประสบความสำเร็จในการสร้างสังคมปลอดบุหรี่ ผ่านกลยุทธ์การลดอันตรายจากยาสูบ สมาชิกสภา Adam Afriyie กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า การใช้บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับการสูบบุหรี่ และทำให้อังกฤษเป็นประเทศปลอดควันบุหรี่ได้ภายในปี พ.ศ. 2573 นอกจากนี้อังกฤษสามารถเป็นประเทศแรกในโลกที่ออกใบสั่งยาจากแพทย์เพื่ออนุญาตให้ผู้สูบบุหรี่เปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อลดอัตราการสูบบุหรี่ได้จริง

สำหรับประเทศอื่นๆ ที่ประสบปัญหาการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ ก็สามารถได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ไร้ควัน เช่น บุหรี่ไฟฟ้า หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน (IQOS) ได้ โดยใช้แนวทางการลดอันตรายร่วมไปกับนโยบายเลิกบุหรี่และป้องกันผู้สูบหน้าใหม่ที่มีอยู่เดิม ดังที่เห็นได้จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ที่ระบุว่าผลิตภัณฑ์ไร้ควัน เช่น บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน (IQOS) ที่เป็นทางเลือกของผู้สูบบุหรี่ที่ตัดสินใจสูบบุหรี่ต่อไป มีอันตรายต่อผู้สูบบุหรี่น้อยกว่าการสูบบุหรี่มวน และรายงานจากประเทศต่างๆ ที่นำแนวทางการลดอันตรายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายควบคุมยาสูบแสดงให้เห็นแล้วว่าระเบียบข้อบังคับที่อ้างอิง

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับอันตรายของผลิตภัณฑ์ไร้ควันที่น้อยกว่าบุหรี่มวน และมีการเปิดโอกาสให้ผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องครบถ้วนสามารถช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่และความเสี่ยงต่อสุขภาพได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในขณะที่การเลิกบุหรี่และผลิตภัณฑ์นิโคตินอื่นๆ เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ รวมถึงนโยบายควบคุมยาสูบที่มุ่งป้องกันผู้สูบหน้าใหม่ควรดำเนินต่อไป แนวทางการลดอันตรายจากยาสูบที่ตัดการเผาไหม้ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอันตรายจากการสูบบุหรี่ควรเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ควรถูกใช้งานไปพร้อมๆ กับมาตรการควบคุมยาสูบที่มีอยู่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูบบุหรี่ได้เข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน (IQOS) ที่เป็นประโยชน์ช่วยลดอันตราย (Harm Reduction) ที่อาจเกิดต่อสุขภาพได้

ที่มา : https://www.technologytimes.pk/2022/11/01/towards-a-risk-reducing-approach-for-tobacco-control/

Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]