Tobacco Harm Reduction Network (Thailand)

รวมบทความ ข่าวสาร งานวิจัย เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการลดสารพิษจากการสูบบุหรี่แบบมวน และลดมลพิษให้กับคนรอบข้าง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมยาสูบ รวมตัวรับรองการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ในงานวิจัยฉบับใหม่

ที่มา: https://filtermag.org/tobacco-control-vaping-e-cigarettes-harm-reduction/

 

ในวิจัยฉบับใหม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมยาสูบที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสหรัฐอเมริกาได้รวมตัวกันเพื่อรับรองว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นมีประโยชน์ในการช่วยลดอันตรายจากการสูบบุหรี่ในผู้ใหญ่ได้จริง โดยได้เรียกร้องให้มีการกอบกู้ภาพลักษณ์ของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในสายตาสาธารณชนและเน้นย้ำถึงศักยภาพของบุหรี่ไฟฟ้าที่สามารถช่วยชีวิตผู้สูบบุหรี่ในฐานะทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าบุหรี่มวนได้

 

งานวิจัยชิ้นนี้จึงถือเป็นการแสดงออกเพื่อเรียกร้องของนักวิชาการปัจจุบันที่ชัดเจนที่สุด ถูกตีพิมพ์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2021 ใน The American Journal of Public Health นำโดยเคนเนธ วอร์เนอร์ (Kenneth Warner) ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านการจัดการและนโยบายด้านสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมยาสูบชื่อดัง งานวิจัยชิ้นนี้ได้ตอบข้อสังสัยทุกอย่างตั้งแต่ความสับสนเกี่ยวกับผลกระทบของนิโคตินต่อการพัฒนาสมอง ไปจนถึงวิธีการชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบระหว่างความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขข้อมูลเท็จเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นมากมาย เพราะข่าวต่าง ๆ มักพุ่งประเด็นไปที่ความเสี่ยงในการใช้บุหรี่ไฟฟ้าต่อเยาวชน และผู้คนส่วนใหญ่ก็มักถูกชักจูงให้เชื่อว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นอันตราย หรือเป็นอันตรายมากกว่าการสูบบุหรี่ ทั้ง ๆ ที่ข้อมูลพวกนี้ตรงข้ามกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง

 

“ความกังวลของเราคือการที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสื่อและสมาชิกสภานิติบัญญัติจะ

ไม่เคยได้ยินเรื่องราวอีกด้านหนึ่งจริง ๆ” วอร์เนอร์กล่าว

“อันที่จริงแล้วความหวังของเราคือการสร้างงานวิจัยที่สามารถดึงดูดความสนใจได้จริง ๆ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บุหรี่ไฟฟ้าควรได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในแนวทางการลดอันตรายจากการสูบบุหรี่

 

บทสนทนาเกี่ยวกับการลดอันตรายจากยาสูบ มักถูกครอบงำโดยกลุ่มหลักๆ สองกลุ่ม

กลุ่มแรกได้แก่องค์กรสาธารณะที่รณรงค์ต่อต้านบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ยกตัวอย่างเช่น องค์กรรณรงค์เยาวชนปลอดบุหรี่ของไมเคิล บลูมเบิร์ก ที่พยายามผลักดันการห้ามใช้ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า กลุ่มที่สองก็คือกลุ่มผู้สนับสนุนผู้บริโภค ผู้ผลิต อดีตผู้สูบบุหรี่ และนักวิจารณ์เกี่ยวกับนโยบายยาเสพติดที่คอยออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายที่เข้มงวดเกินไปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นิโคตินทางเลือกอย่างบุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นการผลักดันผู้สูบบุหรี่ไปสู่การเสียชีวิต

 

ผู้ร่วมเขียนงานวิจัยชิ้นนี้ทั้งหมด 15 ท่าน ทุกท่านล้วนเคยดำรงตำแหน่งอดีตประธานของสมาคมวิจัยนิโคตินและยาสูบในอเมริกา หรือ Society for Research on Nicotine and Tobacco (SRNT) ที่เป็นสมาคมวิชาชีพทางวิทยาศาสตร์ชั้นนำที่เน้นเรื่องนิโคตินและยาสูบ ไม่ว่าจะเป็น

· ดร.นีล เบโนวิตซ์ (Dr. Neal Benowitz) ศาสตราจารย์ด้านการแพทย์ที่ University of California, San Francisco (UCSF)

· ดร.โรบิน แมร์เมลสไตน์ (Dr. Robin Mermelstein) หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการเสพติดนิโคตินชั้นนำของโลก ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนโยบายด้านสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ชิคาโก และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ผลิตภัณฑ์ยาสูบของ FDA

· ดร.แนนซี่ รีกอตติ (Dr. Nancy Rigotti) ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบำบัดยาสูบที่โรงพยาบาล Massachusetts General Hospital ในบอสตัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การตอบรับบุหรี่ไฟฟ้าจากหน่วยงานสุขภาพอาจเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น

 

บทความจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 15 ท่านนี้ได้กล่าวถึงหลักฐานสี่อย่างที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นช่วยเพิ่มอัตราการเลิกบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็น ผลของการทดลองแบบสุ่มแสดงให้เห็นว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพที่ดีกว่าตัวช่วยเลิกบุหรี่ชนิดอื่น ๆ

อย่างแผ่นแปะนิโคติน, การศึกษาจำนวนประชากรที่ชี้ว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นสอดคล้องกับความสำเร็จในการพยายามเลิกบุหรี่เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า, ยอดขายบุหรี่ลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อยอดขายบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และผลกระทบไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการนโยบายบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้มงวดเกินไป เช่น การแบนบุหรี่ไฟฟ้าทำให้อัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น

 

“ความกังวลหลักๆ ของสาธารณสุขเกี่ยวกับปัญหายาสูบถูกเน้นไปที่เรื่องของความเสี่ยงต่อเด็กและเยาวชน” วอร์เนอร์กล่าว

“และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สนใจผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่เลย นอกจากนี้คุณจะเห็นได้ว่ามีเอกสารทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากที่ถูกกล่าวหาว่าก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างไม่สมเหตุสมผล”

บางงานวิจัยอ้างว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มโอกาสในการเกิดอาการหัวใจวายด้วยซ้ำ ถึงจะถูกถอนออกในภายหลังก็ตาม วอร์เนอร์เสนอว่า “การผสมผสานนโยบายที่สมเหตุสมผล” ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษีบุหรี่มากกว่าบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมให้ผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่เปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้า, การทำให้ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้ามีขายเฉพาะที่ร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า การจำกัดการทำโฆษณาและการตลาดไม่ให้พุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชน และการลดระดับนิโคตินในบุหรี่

“ในขณะเดียวกันก็รับรองผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยงที่ผู้บริโภคยอมรับได้ให้พร้อมใช้งาน”

 

“ผู้คนจำเป็นต้องเข้าใจมุมมองทุกด้านเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า”

ผู้ร่วมเขียนวิจัย Dr. Robin Murmelstein กล่าวว่า

 

บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมในการปกป้องด้านสาธารณสุขจากพิษภัยของบุหรี่มวน

หวังว่าทิศทางของนโยบายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย

นั้นจะเปลี่ยนไปในทิศทางดีขึ้น