Tobacco Harm Reduction Network (Thailand)

รวมบทความ ข่าวสาร งานวิจัย เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการลดสารพิษจากการสูบบุหรี่แบบมวน และลดมลพิษให้กับคนรอบข้าง

งานวิจัยเผยกว่า 90% ของผู้สูบบุหรี่ ไม่รู้ว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่

ที่มา : https://www.psychreg.org/e-cigarettes-less-harmful-than-smoking/

Action on Smoking and Health หรือ ASH สหราชอาณาจักร เปิดตัวคำแนะนำเกี่ยวกับยาสูบฉบับปรับปรุง ที่ได้รวบรวมคำแนะนำล่าสุดจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเกี่ยวกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในผู้สูบบุหรี่เอาไว้ โดยคำแนะนำเกี่ยวกับยาสูบฉบับนี้ได้รับคำปรึกษาจาก National Institute for Health and Care Excellence (NICE) สถาบันแห่งชาติเพื่อความเป็นเลิศด้านสุขภาพและการแพทย์ของสหราชอาณาจักร เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีประสบการณ์ด้านการประเมินเทคโนโลยี เพื่อจัดทำคำแนะนำและแนวทางการบำบัดรักษาโรค

การใช้บุหรี่ไฟฟ้าร่วมกับการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอาจเพิ่มโอกาสในการเลิกบุหรี่

ราล์ฟ อายุ 59 ปี เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าการสนับสนุนให้ผู้สูบบุหรี่เปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างไร ราล์ฟสูบบุหรี่ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เขาตัดสินใจเลิกบุหรี่ครั้งแรกในช่วงล็อกดาวน์ปี 2563 ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้เขาเคยพยายามเลิกบุหรี่มานานแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ สำหรับเขาการใช้บุหรี่ไฟฟ้าควบคู่ไปกับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น โดยราล์ฟเริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้าก่อนที่จะเข้าพบที่ผู้ให้คำปรึกษาด้านการเลิกบุหรี่และพวกเขาได้สนับสนุนทางเลือกของราล์ฟ โดยได้มีการให้ยาและความช่วยเหลือเพิ่มเติม

“มันช่วยได้มากที่ผู้ให้คำปรึกษาด้านการเลิกบุหรี่นั้นสนับสนุนเมื่อผมบอกว่าผมกำลังลองใช้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่

ส่วนตัวผมรู้สึกว่าบุหรี่ไฟฟ้าแบบพ็อดนั้นค่อนข้างเวิร์กกับตัวเองเพราะมันไม่รั่ว เล็กพกง่าย ไอน้ำน้อยไม่รบกวนใครและที่สำคัญมันทำให้เราได้รับนิโคตินจริง ๆ ซึ่งต่างจากการสูบบุหรี่มวน แต่ยังให้ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับการสูบบุหรี่มวนอยู่ (การเสพติดพฤติกรรม การสูบควัน การคีบบุหรี่ ) ดังนั้นสำหรับผมการเปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้ามันเลยทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น หลังจากที่ต้องติดบุหรี่มาเป็นสิบปีเพราะในที่สุดผมก็เลิกมันได้” ราล์ฟ กล่าว

คำแนะนำเกี่ยวกับยาสูบของ NICE เป็นสิ่งที่ช่วยยืนยีนว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นมีประสิทธิภาพในการเลิกบุหรี่มากกว่าแผ่นแปะนิโคตินหรือหมากฝรั่งนิโคติน โดยผลการสำรวจพบว่า

· 30% ของผู้สูบบุหรี่หรือประมาณ 1.7 ล้านคนในอังกฤษไม่เคยลองใช้บุหรี่ไฟฟ้า

· และจากผลสำรวจโดย YouGov สำหรับ ASH มีเพียง 1 ใน 10 ของผู้สูบบุหรี่หรือประมาณ 12% เท่านั้นที่รู้ว่าบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์มีอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่มาก

· 1 ใน 3 ของผู้สูบบุหรี่หรือประมาณ 32% คิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่มวนนั้นอันตรายพอกัน

· 1 ใน 4 ของผู้สูบบุหรี่หรือประมาณ 24% ไม่รู้ว่าบุหรี่ชนิดไหนอะไรอันตรายกว่ากัน

· 30% ของผู้สูบบุหรี่คิดว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าแต่ไม่รู้ว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นอันตรายน้อยกว่ามาก ๆ

Deborah Arnott ผู้บริหารระดับสูงของ ASH กล่าวว่า

“ด้วยการสนับสนุนและกำลังใจจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ จะทำให้ผู้สูบบุหรี่เปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้ากันมากขึ้นเพื่อช่วยให้พวกเขาเลิกบุหรี่ได้ และทำให้จำนวนผู้เลิกบุหรี่ได้สำเร็จในระยะยาวเพิ่มมากขึ้น นี่จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการรักษาความทะเยอทะยานของรัฐบาลที่จะทำให้อังกฤษเป็นเขตปลอดบุหรี่ให้ได้ภายในปี 2573”

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า

นับตั้งแต่ปี 2556 ความเข้าใจผิดที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายเท่าๆ กันหรือมากกว่าการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นจาก 7% เป็น 32% ในปี 2564 แต่ในความเป็นจริงแล้ว บุหรี่ไฟฟ้านั้นมีความเสี่ยงต่อสุขภาพน้อยกว่าการสูบบุหรี่มาก โดยกว่า 10% ของผู้สูบบุหรี่ที่ไม่ยอมเปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้า ให้เหตุผลว่ากังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย และอีก 22% บอกว่าพวกเขากังวลว่ามันจะเป็นการเปลี่ยนจากสิ่งเสพติดชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่ง ความกังวลทั้งสองข้อชี้ให้เห็นถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่ความจริงแล้วสามารถช่วยให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ได้

จำนวนผู้ใช้งานบุหรี่ไฟฟ้าในสหราชอาณาจักร

ASH และ King’s College London คาดการณ์ว่าในปี 2564 จะมีผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าประมาณ 3.6 ล้านคนในสหราชอาณาจักร โดยตัวเลขนี้เป็นจำนวนเดียวกันกับในปี 2562 หลังจากที่การใช้งานบุหรี่ไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.2 ล้านคนในปี 2563 แต่ในภาพรวมนั้นจำนวนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ายังค่อนข้างคงที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลังจากความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากระหว่างปี 2556 ถึง 2558

ความกังวลเกี่ยวกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน ในขณะที่บุหรี่ไฟฟ้าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือช่วยเลิกบุหรี่ที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่ แต่ก็มีความกังวลว่าวัยรุ่นจะหันมาใช้ผลิตภัณฑ์นี้กันมากขึ้นและนำไปสู่การสูบบุหรี่มวน ซึ่ง ASH ได้มีการติดตามสำรวจเป็นประจำทุกปี แต่จนถึงปัจจุบันนี้ผลการสำรวจพบว่ามีการใช้งานในระดับต่ำในหมู่เด็กอายุ 11-17 ปี ( ใน UK อายุขั้นต่ำที่สามารถซื้อบุหรี่ไฟฟ้าคือ 18 ปี )

โดยผลสำรวจพบว่า

· มีเด็กอายุ 11-17 ปีที่ไม่เคยสูบบุหรี่น้อยกว่า 1% ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า

· มีเด็กอายุ 11-17 ปี 3.3% เคยลองใช้เท่านั้น

· เด็กอายุ 11-17 ปีส่วนใหญ่ไม่เคยลองบุหรี่ไฟฟ้า