Tobacco Harm Reduction Network (Thailand)

รวมบทความ ข่าวสาร งานวิจัย เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการลดสารพิษจากการสูบบุหรี่แบบมวน และลดมลพิษให้กับคนรอบข้าง

ผู้ที่พยายามเลิกสูบบุหรี่ มีแนวโน้มเปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้ากันมากขึ้น

ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าเข้มงวดมากที่สุดในโลก

โดยทั่วไปแล้วการใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นไม่ผิดกฎหมาย แต่การใช้บุหรี่ไฟฟ้าแบบมีนิโคตินโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย สร้างอุปสรรคให้ผู้สูบบุหรี่ที่อยากเปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้า

 

การศึกษาจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ อ้างอิงจากข้อมูลการสำรวจครัวเรือนด้านยุทธศาสตร์ยาเสพติดแห่งชาติประเทศออสเตรเลีย (National Drug Strategy Household Survey) ประเมินว่าผู้ใหญ่ชาวออสเตรเลียกว่า 227,000 คน เป็นผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า และกว่า 97,000 คนนั้นเป็นผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำทุกวัน โดยพบว่าผู้ที่กำลังพยายามเลิกสูบบุหรี่นั้นมีแนวโน้มหันไปใช้บุหรี่ไฟฟ้ากันมากขึ้น และผู้ที่เลิกบุหรี่ไปแล้วก็มีแนวโน้มที่จะกลับมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำทุกวันกันมากขึ้น

 

ดร. แกรี ชาน จากศูนย์วิจัยการใช้สารเสพติดของเยาวชนประจำมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ (UQ)

กล่าวว่า ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับการพยายามเลิกบุหรี่

โดยเฉพาะผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ชาย และผลวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายท้องถิ่นและกฎระเบียบเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศออสเตรเลีย

 

นอกจากนี้ยังพบว่าความทุกข์ทางจิตใจนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการใช้บุหรี่ไฟฟ้า

ในผู้สูบบุหรี่ที่มีอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวลส่งผลให้สูบบุหรี่มากขึ้น ก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพื่อเลิกบุหรี่

ลดผลกระทบต่อสุขภาพ

 

 

กฎระเบียบในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าต้องเปลี่ยน

หากมีหลักฐานเพิ่มเติมว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ได้จริง

 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ในประเทศออสเตรเลียผลิตภัณฑ์น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบมีนิโคติน หรือบุหรี่ไฟฟ้าแบบมีนิโคตินนั้นถูกสั่งห้าม เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตให้ใช้ในฐานะยา โดยผู้ที่ต้องการน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบมีนิโคตินจะต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศหรือรับผ่านใบสั่งยาของแพทย์เท่านั้น

 

ดร. แกรี ชาน เผยว่าการศึกษาวิจัยครั้งนี้ไม่ได้วัดว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าจำเป็นต้องใช้นิโคตินปริมาณมากแค่ไหน

และยังจำเป็นต้องมีการวิจัยและการศึกษาระยะยาวเพิ่มเติม แต่หากมีหลักฐานเพิ่มเติมยืนยันว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีความเกี่ยวข้องกับการเลิกบุหรี่จริง กฎระเบียบที่ใช้ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันก็ควรได้รับการพิจารณาแก้ไขใหม่

 

ด้านรองศาสตราจารย์คอรัล การ์ทเนอร์ ผู้เขียนร่วมจากคณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ก็กล่าวว่า

การเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อให้ผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าแบบมีนิโคตินได้อาจ

ทำให้อัตราการเลิกบุหรี่เพิ่มขึ้นเหมือนที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร

และเป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องช่วยให้ผู้สูบบุหรี่ที่กำลังสัมผัสความเสี่ยงและอันตรายต่อสุขภาพในระดับสูง

สามารถเลิกบุหรี่ได้โดยเร็วที่สุด การไม่สูบบุหรี่ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดก็จริง แต่สำหรับผู้สูบบุหรี่ที่ประสบปัญหาในการเลิกบุหรี่นั้น การเปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวจะช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้