Tobacco Harm Reduction Network (Thailand)

รวมบทความ ข่าวสาร งานวิจัย เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการลดสารพิษจากการสูบบุหรี่แบบมวน และลดมลพิษให้กับคนรอบข้าง

ผลสำรวจญี่ปุ่นชี้ การขึ้นภาษีบุหรี่ไม่ช่วยให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่

ที่มา: Higher Tobacco Tax in Japan Not Enough to Make Many Smokers Quit

การเก็บภาษีสรรพสามิตเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญของรัฐบาลในการรณรงค์ให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) เคยระบุว่า ขึ้นภาษียาสูบเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับการลดการบริโภคยาสูบ เนื่องจากเมื่อยาสูบมีราคาแพงขึ้น ผู้สูบบุหรี่ก็จะตัดสินใจลดหรือเลิกการสูบบุหรี่ได้ สำหรับประเทศไทย รัฐบาลเพิ่งประกาศขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา จนทำให้ภาระภาษีบุหรี่ต่อซองเพิ่มขึ้นจาก 79% ถึง 81% และสูงเป็นอันดับที่ 14 ของโลก

ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่น ความตระหนักด้านสุขภาพที่มากขึ้น กฎระเบียบเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ที่เข้มงวดขึ้น

และการขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ยาสูบส่งผลให้จำนวนผู้สูบบุหรี่ในญี่ปุ่นลดจำนวนลง แต่อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าการขึ้นภาษีผลิตภัณฑ์ยาสูบก็ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะโน้มน้าวใจให้ผู้สูบบุหรี่จำนวนมากเลิกสูบบุหรี่ได้

Net Asia Research บริษัทวิจัยการตลาดได้ทำการสำรวจผู้สูบบุหรี่จำนวน 500 คน

และผู้ไม่สูบบุหรี่จำนวน 500 คน ว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับนโยบายการขึ้นภาษีบุหรี่ในประเทศเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

และการขึ้นภาษีบุหรี่ในครั้งนี้จะทำให้พฤติกรรมการสูบบุหรี่ของพวกเขาเปลี่ยนไปหรือไม่

จากการสำรวจพบว่าผู้สูบบุหรี่ 12.6% เห็นด้วยและสนับสนุนนโยบายการขึ้นภาษีบุหรี่ ในขณะที่ผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่หรือกว่า 87.4%

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งและค่อนข้างคัดค้านนโยบายการขึ้นภาษีบุหรี่ในครั้งนี้

และเมื่อถามว่าพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหลังจากการขึ้นภาษี ?

ผลลัพธ์คือผู้สูบบุหรี่กว่า 38% บอกว่าพวกเขาเลือกที่จะสูบบุหรี่ต่อไป ส่วนผู้สูบบุหรี่กว่า 40% บอกว่าพวกเขาจะลดจำนวนมวนในการสูบบุหรี่ลง

ในขณะที่ผู้สูบบุหรี่เพียง 12% เท่านั้นที่ตอบว่าพวกเขาจะเลิกบุหรี่หลังจากการขึ้นภาษี ผลการสำรวจเหล่านี้จึงเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมการสูบบุหรี่นั้นเป็นพฤติกรรมที่ฝังรากและยากที่จะเลิก

รายได้ทั้งหมดจากการเก็บภาษีผลิตภัณฑ์ยาสูบทั้งภาษีระดับภูมิภาคและระดับประเทศมากถึงปีละกว่า 2 ล้านล้านเยน

และเมื่อถามผู้ตอบแบบสอบถามว่าพวกเขาคิดว่าภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยาสูบนั้นจะถูกนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือไม่

คำตอบจากผู้สูบบุหรี่ไม่สูบบุหรี่กว่า 80% เชื่อว่าถูกนำไปใช้เพื่อสังคม ในขณะที่ผู้สูบบุหรี่เพียง 40% เท่านั้นที่คิดแบบนั้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงต้องตั้งคำถามกลับไปยัง WHO และรัฐบาลของแต่ละประเทศว่าหากมาตรการภาษีที่เคยได้รับการยอมรับมีประสิทธิภาพในการช่วยลดการสูบบุหรี่ได้จริง ไม่สามารถจูงใจผู้สูบบุหรี่ได้จริงแล้ว จึงควรมีแนวทางอื่น ๆ เข้ามาเสริมหรือไม่ เพื่อช่วยลดโรคร้ายให้กับคนสูบบุหรี่