Tobacco Harm Reduction Network (Thailand)

รวมบทความ ข่าวสาร งานวิจัย เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการลดสารพิษจากการสูบบุหรี่แบบมวน และลดมลพิษให้กับคนรอบข้าง

ใครเป็นผู้คิดค้นบุหรี่ไฟฟ้า

ที่มา: Who invented the vape? – Vaping Post

เคยสงสัยหรือไม่ว่าใครเป็นผู้คิดค้นบุหรี่ไฟฟ้า หากคุณพึ่งพาข้อมูลจากสื่อ มีโอกาสที่คุณจะได้รับคำตอบที่ผิดเพราะมีเรื่องราวชวนสยองมากมายในนั้น อันที่จริงมันเป็นเรื่องราวที่ย้อนกลับไปในช่วงต้นยุค 1960 แล้วก็ไม่ใช่อย่างที่สื่อออก มาเล่า

ใช่แผนการชั่วร้ายหรือเปล่า

เป็นเรื่องปกติที่นักเคลื่อนไหวต่อต้านการใช้บุหรี่ไฟฟ้าและเพื่อนผองนักข่าวของพวกเขามักจะกล่าวเป็นนัยหรือระบุ อย่างเปิดเผยว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นถูกคิดค้นโดยบริษัทยาสูบเพื่อดึงดูดเยาวชนให้ติดนิโคตินและทำให้เยาวชนเหล่านี้ซื้อบุหรี่ การพูดคุยอภิปรายใด ๆ ในหัวข้อเกี่ยวกับน้ำยาอีลิควิดที่ปรุงแต่งรสชาติมักจะจบลงด้วยข้อโต้แย้งดังกล่าวนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นกัน ความจริงก็คือ บริษัทยาสูบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการคิดค้นบุหรี่ไฟฟ้าเลยสักนิด อันที่จริงแล้วบริษัทยาสูบเพิกเฉยหรือสนับสนุนความพยายามที่จะสั่งห้ามผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่นานหลายปีเลยทีเดียว

ความจริงนั้นบุหรี่ไฟฟ้าถูกคิดค้นโดยผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่และมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้สูบบุหรี่ที่ซื้อบุหรี่มีจำนวนน้อยลง พวกเขาห่างไกลจากแผนของบริษัทยาสูบมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าอย่างนั้น ใครเป็นผู้คิดค้นบุหรี่ไฟฟ้ากันล่ะ

ในช่วงแรก

บุหรี่ไฟฟ้ารุ่นแรกได้รับการพัฒนาในอเมริกา ในปี 1963 เฮอร์เบิร์ต เอ. กิลเบิร์ตได้ยื่นขอสิทธิบัตรสำหรับ “บุหรี่ไร้ควันแบบไม่ใช้ยาสูบ” ของเขาและได้รับสิทธิบัตรในปี 1965 สิ่งประดิษฐ์ของกิลเบิร์ตไม่มีนิโคติน แต่เป็นการสร้างไอระเหยปรุงแต่งรสชาติที่ตั้งใจให้มาทดแทนควันบุหรี่

จริง ๆ แล้วกิลเบิร์ตมาไกลถึงจุดที่เขาสร้างต้นแบบของอุปกรณ์ดังกล่าว แต่ไม่ได้รับผลประโยชน์ทางการค้าที่แท้จริง แพทย์เพิ่งจะเริ่มเตือนถึงอันตรายของการสูบบุหรี่ในปี 1963 ณ เวลานั้น ผู้หญิงอเมริกันประมาณ 44% และผู้ชายอเมริกันกว่าครึ่งสูบบุหรี่ ไม่มีใครกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ ดังนั้นจึงไม่มีใครมองหาทางเลือกที่ปลอดภัยกว่านี้

อีกทั้งตอนนั้นเขายังพบความท้าทายทางเทคนิคบางอย่างด้วย ต้นแบบของกิลเบิร์ตนั้นใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ แต่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 นั้นยังล้าหลังอยู่มากเมื่อเทียบกับตอนนี้ แบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้นั้น มีราคาแพงและมักจะหนัก แบตเตอรี่แบบธรรมดาก็ไม่ได้ราคาถูกและมีการจัดเก็บพลังงานที่จำกัด บุหรี่ไฟฟ้าตัวแรกเกิดขึ้นเร็วไปทั้งในแง่ของการยอมรับในสังคมและในแง่ของเทคโนโลยี และหลังจากที่กิลเบิร์ตได้รับสิทธิบัตร แนวคิดนี้ ก็จมหายไปในความมืดเป็นเวลาเกือบ 40 ปี

การค้นพบครั้งสำคัญ

อย่างไรก็ตามในปี 2001 บุหรี่ไฟฟ้าได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ฮอน ลิก ซึ่งเป็นเภสัชกรและผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนจีน เขาทำงานในห้องปฏิบัติการวิจัยทางการเกษตร พ่อของเขาเพิ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดและฮอนเองก็สูบบุหรี่จัดมาก ตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะเลิกบุหรี่ เขาได้ลองใช้แผ่นแปะนิโคตินเหมือนกับคนอื่น ๆ และเช่นเดียวกับหลาย ๆ คน คือเขาพบว่ามันใช้ไม่ได้ผลดีเท่าไรนัก โชคดีที่เขามีทักษะและทรัพยากรที่จะลองทำอย่างอื่นดูบ้าง

ฮอนเริ่มทดลองระบบการระเหย โดยทดสอบกับของเหลวหลายชนิดเพื่อค้นหาสิ่งที่สามารถจำลองความรู้สึกของการสูดดมควันบุหรี่ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจใช้โพรพิลีนไกลคอล ซึ่งเป็นวัตถุเจือปนอาหารทั่วไป สารนี้ไม่เป็นพิษ สร้างไอได้น่าพอใจและเป็นตัวทำละลายที่ดีสำหรับนิโคตินและสารปรุงแต่งรสชาติ โพรพิลีนไกลคอลยังคงเป็นหนึ่งในส่วนผสมหลักในน้ำยา อีลิควิดจนถึงทุกวันนี้ ร่วมกับกลีเซอรีนจากผัก

ในขณะที่เขากำลังมองหาน้ำยา ฮอนใช้ระบบขนาดใหญ่ที่สร้างบนแผงคอนโซล ขั้นตอนต่อไปคือเปลี่ยนให้เป็นสิ่งที่ คนสามารถใช้ได้จริง ข้อได้เปรียบอย่างมากที่เขามีแต่เฮอร์เบิร์ต เอ. กิลเบิร์ตไม่มี ก็คือแบตเตอรี่ความจุสูงราคา ไม่แพง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสมัยใหม่แบบเดียวกับที่ใช้ในโทรศัพท์ ไอพอดและแล็ปท็อปสามารถจัดเก็บพลังงาน ได้เพียงพอที่จะจ่ายพลังงานให้บุหรี่ไฟฟ้าได้ครั้งละหลายชั่วโมง

ต้นแบบแรกของฮอนใช้ตัวปล่อยอัลตราโซนิก ไอพ่นของของเหลวที่มีแรงดันสูงจะกลายเป็นไอน้ำของละอองขนาดเล็ก จากการสั่นสะเทือนด้วยความถี่สูงมาก เขาจดสิทธิบัตรต้นแบบนี้ในปี 2003 อย่างไรก็ดี เมื่อผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ชิ้นแรกเปิดตัวในปี 2004 ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ได้ใช้ระบบอัลตราซาวด์ แต่ฮอนเปลี่ยนไปใช้อุผกรณ์พ่นละอองโดยใช้ขดลวด ทำความร้อน โดยใช้หลักการเดียวกับต้นแบบดั้งเดิมของกิลเบิร์ต อุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นตามมาทั้งหมดได้ใช้ระบบนี้ซึ่งสามารถผลิตไอได้มากขึ้นและร้อนขึ้นด้วย

ตอนนี้เรามาถึงไหนกันแล้ว

ทั้งฮอน ลิก และเฮอร์เบิร์ต เอ. กิลเบิร์ตมีส่วนสำคัญในการคิดค้นต้นแบบพื้นฐานของอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้าที่ทันสมัย แต่ก็มีการคิดค้นอื่น ๆ มากมายหลายอย่างที่ประกอบเข้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราหาซื้อได้ในปัจจุบันนี้ ตัวอย่างเช่น บุหรี่ไฟฟ้าสัญชาติอังกฤษ 2 แบรนด์ ได้แก่ Umer และ Tariq Sheikh ได้ปรับปรุงการออกแบบพื้นฐานสามส่วนด้วยการรวมตลับ และอุปกรณ์พ่นละอองเข้าด้วยกันเป็นคาร์โตไมเซอร์ (Cartomiser) บุหรี่ไฟฟ้าสัญชาติอังกฤษอีกสองแบรนด์ Matt และ Ted Rogers ได้พัฒนา “ม็อด” ตัวแรกขึ้นมา

ตั้งแต่นั้นมาก็มีการปรับปรุงหลายสิบครั้ง โดยส่วนใหญ่เป็นการทำเพื่อใช้ส่วนตัว และบางส่วนได้กลายเป็นที่นิยมใน กระแสหลัก นักประดิษฐ์สองคนที่พัฒนาแนวคิดและเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์จริงทำให้เรามีรากฐานที่ดีในการต่อยอด จึงทำให้อุปกรณ์สูบไอรุ่นใหม่ ๆ นั้นดีมาก และแน่นอนว่าพวกเขาคิดค้นทั้งหมดนี้โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอุตสาหกรรมบุหรี่แต่อย่างใด ดังนั้นในครั้งต่อไปที่มีคนบอกว่าบุหรี่ไฟฟ้าล้วนเป็นแผนของยักษ์ใหญ่ทั้งนั้น คุณคง จะอธิบายให้พวกเขาฟังได้แล้วว่าพวกเขาเข้าใจผิดไปอย่างไร

[Total: 3   Average: 5/5]