Tobacco Harm Reduction Network (Thailand)

รวมบทความ ข่าวสาร งานวิจัย เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการลดสารพิษจากการสูบบุหรี่แบบมวน และลดมลพิษให้กับคนรอบข้าง

ความต้องการให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอาจเป็นแรงจูงใจให้เลิกบุหรี่ได้

ที่มา: Getting fit may give motivation to quit smoking – UQ News – The University of Queensland, Australia

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ทำการศึกษาว่าการออกกำลังกายแบบ High-Intensity Interval Training (HIIT) สามารถช่วยให้ผู้หญิงเลิกบุหรี่ได้หรือไม่ โดยศึกษาจากผู้เข้าร่วมวิจัยเพศหญิงอายุ 18 ถึง 35 ปี ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่

 

การสูบบุหรี่โดยไม่ออกกำลังกาย เป็นปัจจัยที่เสี่ยงที่สุดต่อการเกิดโรคหัวใจในผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี จากการวิจัยของศูนย์วิจัยการออกกำลังกาย กิจกรรมทางกายและสุขภาพ (Centre for Research on Exercise, Physical Activity and Health) ที่คณะวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวของมนุษย์และโภชนาการของมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ดร. โทบี เพวีย์ หัวหน้านักวิจัย กล่าวว่า

“เรามีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องช่วยเหลือและเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อลดความชุกของโรคหัวใจในผู้หญิงที่มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่และการไม่ออกกำลังกาย”

 

“ผู้สูบบุหรี่หลายคนกล่าวว่า การอยากมีร่างกายที่แข็งแรงเป็นแรงจูงใจในการเลิกบุหรี่ เช่นเดียวกับกลยุทธ์ส่งเสริมการเลิกบุหรี่ ดังนั้นการเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายอาจทำให้ผู้สูบเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการออกกำลังกายได้เช่นกัน” – ดร. เพวีย์ กล่าว

 

การออกกำลังกายแบบ HIIT คือการออกกำลังกายหนักเป็นระยะสั้น ๆ สลับกับช่วงช่วงพักด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ ในเซ็ตเดียวกันนี้ อาจเป็นตัวช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ โดยเราได้เปรียบเทียบผลจากกลุ่มผู้เข้าร่วมโปรแกรมการออกกำลังกายที่ต่างกัน 2 โปรแกรม โดยกลุ่มแรกออกกำลังกายแบบ HIIT และกลุ่มที่สองออกกำลังกายแบบปานกลาง และทั้งสองกลุ่มโปรแกรมการออกกำลังกายร่วมกับการเลิกบุหรี่ โดยใช้เครื่องมือในการช่วยเลิกบุหรี่ และสายด่วนเลิกบุหรี่ ร่วมด้วย เพื่อพิจารณาว่ากลุ่มใดมีอัตราการเลิกบุหรี่สูงสุด โดยผลการศึกษานี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับผลของการออกกำลังกายแบบ HIIT ในการช่วยเลิกบุหรี่ และเป็นข้อมูลสำคัญเพื่อการพัฒนาวิธีการช่วยเหลือและส่งเสริมสุขภาพหัวใจในกลุ่มผู้หญิง

ผู้เข้าร่วมวิจัยจะถูกสุ่มเลือกให้เข้าร่วมโปรแกรมการออกกำลังกาย 1 ใน 2 โปรแกรมดังกล่าว ซึ่งจะใช้ระยะเวลา 12 สัปดาห์ โดยผู้เข้าร่วมวิจัยกลุ่มแรกจะต้องออกกำลังกาย 35 นาที/ครั้ง สามครั้งต่อสัปดาห์ และจะต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิค ที่มีความเข้มข้นสูงสี่นาทีทั้งหมดสี่ครั้ง

ส่วนผู้เข้าร่วมวิจัยกลุ่มที่สองจะได้รับเครื่องนับก้าว โดยมีเป้าหมายต้องเดินอย่างน้อย 10,000 ก้าวต่อวัน และต้องจดบันทึกลงสมุดบันทึกไลฟ์สไตล์เพื่อบันทึกจำนวนก้าวที่เดินและจำนวนบุหรี่ที่สูบในแต่ละวัน

 

ผู้เข้าร่วมวิจัยจะได้รับการทดสอบเพื่อวัดสมรรถภาพแบบแอโรบิคและองค์ประกอบของร่างกาย การทำงานของหัวใจและปอด และกรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับจำนวนบุหรี่ที่สูบและอาการถอนนิโคติน ผู้เข้าร่วมวิจัยจะต้องสูบบุหรี่อย่างน้อยห้ามวนต่อวันและไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ยาช่วยเลิกบุหรี่ โดยการทดสอบและการออกกำลังกายแบบมีผู้แนะนำนี้จะทำการวิจัยที่มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์