Tobacco Harm Reduction Network (Thailand)

รวมบทความ ข่าวสาร งานวิจัย เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการลดสารพิษจากการสูบบุหรี่แบบมวน และลดมลพิษให้กับคนรอบข้าง

สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) มอบทุน 2.3 ล้านดอลลาร์ให้สถาบันลันด์ควิสต์ (The Lundquist Institute) เพื่อศึกษาผลกระทบจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าขณะตั้งครรภ์

เพื่อศึกษาผลกระทบจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าขณะตั้งครรภ์
การศึกษาวิจัยนี้จะช่วยให้สถาบันลันด์ควิสต์สามารถระบุความเสี่ยงในการเป็นโรคหอบหืดจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าขณะตั้งครรภ์ของบุคคลหลายวัยได้
3 สิงหาคม 2020 13:10 น. เวลาออมแสงตะวันออก

ลอสแองเจลิส – (BUSINESS WIRE) – การศึกษาวิจัยหลายชิ้นงานพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่สูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงที่บุตรจะเป็นโรคหอบหืด และแม้ว่าเด็กเหล่านี้จะไม่สูบบุหรี่แต่ก็สามารถส่งต่อโรคดังกล่าวไปยังบุตรของตนอีกต่อหนึ่งได้ แต่มีการวิจัยแบบมีวัตถุประสงค์เพียงไม่กี่ชิ้นงานที่มีการประเมินผลของไอระเหยนิโคตินและรสชาติปรุงแต่งของบุหรี่ไฟฟ้า นักวิจัยจากสถาบันลันด์ควิสต์ นำโดยนายแพทย์วิเรนเดอร์ เรฮาน ได้รับเงินสนับสนุน 2.3 ล้านดอลลาร์จากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) เพื่อวิจัยผลกระทบที่มีต่อบุคคลหลายวัยจากการสูบไอหรือการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในขณะตั้งครรภ์

มีการรับรู้ที่ผิด ๆ ว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นค่อนข้างปลอดภัยเมื่อเทียบกับการสูบบุหรี่

การใช้บุหรี่ไฟฟ้าขณะตั้งครรภ์กลายเป็นหัวข้อที่สำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนหนุ่มสาว จากการสำรวจเกี่ยวกับการใช้ยาสูบของเยาวชนในประเทศ ประจำปี 2018 ที่จัดทำโดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาพบว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน “เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ” โดยมีเยาวชนกว่า 3.6 ล้านคนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในปี 2018

จากการใช้แบบจำลองที่กำหนดไว้แล้วเพื่อศึกษา ผู้วิจัยจะพิจารณาว่าไอบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหอบหืดในลูกของหนูที่ตั้งครรภ์หรือไม่ พวกเขาจะทดสอบต่อไปว่าลูกหลานของหนูเหล่านั้นที่ไม่ได้สัมผัสกับบุหรี่ไฟฟ้ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือไม่ที่จะให้กำเนิดลูกหลานที่เป็นโรคหอบหืด กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือพวกเขาจะทดสอบเพื่อประเมินว่าผลกระทบของไอจากบุหรี่ไฟฟ้าภายในมดลูกของลูกหลานรุ่นหนึ่งสามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อ ๆ ไปที่ไม่ได้สัมผัสกับไอระเหยดังกล่าวหรือไม่ การศึกษาจะตรวจสอบด้วยว่าไอระเหยนิโคตินและรสชาติปรุงแต่งมีผลโดยอิสระต่อความเสี่ยงในการเป็นโรคหอบหืดจากรุ่นสู่รุ่นหรือไม่

การศึกษายังจะประเมินผลกระทบของนิโคตินและการปรุงแต่งรสชาติของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อความมีชีวิตและความจำเชิงพันธุศาสตร์ด้านกระบวนการเหนือพันธุกรรม (Epigenetic) ของเซลล์สืบพันธุ์เพื่อหาว่าเทคโนโลยีการปรุงแต่งแบบใหม่เหล่านี้มีผลต่อเซลล์อย่างไรบ้าง

“มีการรับรู้ที่ผิด ๆ ว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นค่อนข้างปลอดภัยเมื่อเทียบกับการสูบบุหรี่” นายแพทย์เรฮานกล่าว “การศึกษาเหล่านี้จะช่วยเพิ่มพูนความรู้ของเราเกี่ยวกับความเสี่ยงจากรุ่นสู่รุ่นที่เกิดจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า และยังช่วยให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสกับบุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคติน และรสชาติปรุงแต่งของบุหรี่ไฟฟ้าอีกด้วย”

นายแพทย์เรฮานทำงานที่สถาบันลันด์ควิสต์มานาน 20 ปี โดยมุ่งเน้นการวิจัยไปที่การพัฒนาของปอดและการรักษาการบาดเจ็บของปอด การศึกษาของเขาช่วยเพิ่มพูนความเข้าใจในปัจจุบันของเราอย่างมากเกี่ยวกับผลกระทบของการได้รับควันบุหรี่ของทารกในช่วงก่อนและหลังแรกเกิดที่มีต่อการระบาดวิทยาของโรคปอดเรื้อรังทั่วโลก โดยให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ เกี่ยวกับการเจริญผิดปกติของหลอดลมและเนื้อปอด (Bronchopulmonary Dysplasia: BPD) หรือที่เรียกว่าโรคปอดเรื้อรังในทารกแรกเกิด (Chronic Lung Disease of Prematurity) และโรคหอบหืดในเด็ก นายแพทย์เรฮานสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ในกรุงเดลี ประเทศอินเดียและเชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้ป่วยวิกฤตที่เป็นทารกแรกเกิด

“ นายแพทย์เรฮานเป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับด้านการศึกษาระบบทางเดินหายใจในระดับประเทศ” ดร. เดวิด เมเยอร์ ซีอีโอของสถาบันลันด์ควิสต์กล่าว “ผลงานของเขาในการตรวจสอบผลกระทบจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของคนหลายรุ่นและการค้นพบข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับโรคหอบหืดได้ช่วยทำให้พันธกิจด้านนวัตกรรมการดูแลสุขภาพชั้นนำของสถาบันลันด์ควิสต์นั้นบรรลุผลสำเร็จ”

เกี่ยวกับสถาบันลันด์ควิสต์ (Lundquist Institute): การวิจัยที่ครอบคลุม

สถาบันลันด์ควิสต์มีชื่อเดิมว่าสถาบันวิจัยชีวการแพทย์ลอสแองเจลิส (LA BioMed) เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมที่ครอบคลุมทั่วโลกและมีชื่อเสียงมายาวนานถึง 68 ปีในด้านการพัฒนาและช่วยชีวิต ด้วยอาคารวิจัยทางการแพทย์แห่งใหม่ซึ่งเป็น เครื่องเพาะเชื้อที่ล้ำสมัย “ไบโอแลปส์ ณ ลันด์ควิสต์ ” ห้องปฏิบัติการและโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนที่มีอยู่ รวมถึงศูนย์เทคโนโลยี 15 เอเคอร์ที่อยู่ในขั้นการวางรูปแบบ สถาบันลันด์ควิสต์จึงพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่กำลังขยายตัวของลอสแองเจลิส สถาบันวิจัยมีนักวิจัยหลักกว่า 100 คน (ปริญญาเอก, แพทยศาสตร์บัณฑิต และแพทยศาสตร์บัณฑิต/ปริญญาเอก) ที่ทำงานเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยมากว่า 600 ชิ้นงาน รวมถึงการ

บำบัดรักษาโรคหายากจำนวนมาก และเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ รวมถึง วิธีการรักษาโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียวที่ได้รับการอนุมัติจาก FDA เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://lundquist.org

Source: NIH Awards $2.3 Million to The Lundquist Institute to Study the Impact of Vaping While Pregnant

[Total: 1   Average: 5/5]

You may have missed