Tobacco Harm Reduction Network (Thailand)

รวมบทความ ข่าวสาร งานวิจัย เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการลดสารพิษจากการสูบบุหรี่แบบมวน และลดมลพิษให้กับคนรอบข้าง

ฉันจับได้ว่าลูกใช้บุหรี่ไฟฟ้า ตอนนี้ฉันควรทำอย่างไรดี?

โพลอังกฤษเผยจำนวนเยาวชนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้ายังมีน้อย
  • ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ปกครองที่พบว่าบุตรหลานวัยรุ่นของตนกำลังใช้บุหรี่ไฟฟ้าใช้ท่าทีที่ใจเย็นและไตร่ตรองอย่างรอบคอบ โดยถามคำถามและฟังคำตอบที่พวกเขาตอบมา
  • แม้ว่าพฤติกรรมบางอย่างสมควรได้รับผลกระทบที่ตามมา แต่การผลกระทบดังกล่าวนี้ต้องมาจากการไตร่ตรองอย่างใจเย็นและมีเหตุผล
  • พูดคุยหาทางออกร่วมกับบุตรหลานวัยรุ่นของคุณเพื่อประเมินว่าพวกเขาติดนิโคตินหรือไม่ และพูดคุยอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับการสรรหาความช่วยเหลือที่พวกเขาต้องการ

ในเดือนธันวาคม 2561 สถาบันยาเสพติดแห่งชาติอเมริกา (National Institute on Drug Abuse) ได้เปิดเผยรายงานที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้าของวัยรุ่นที่ “เพิ่มขึ้นสูงมาก” โดยระบุว่าร้อยละ 37.3 ของนักเรียนรุ่นพี่ปีสุดท้ายของโรงเรียนมัธยมปลายเคยใช้บุหรี่ฟ้าภายในปีที่ผ่านมา

จำนวนคนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าภายใน 30 วันที่ผ่านมาก็เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจาก 11 เปอร์เซ็นต์ในปี 2560 เป็น 20.9 เปอร์เซ็นต์ในปี 2561

ด้วยรสชาติหอมหวานแบบผลไม้ ประกอบกับอุปกรณ์ที่ใช้สะดวกและมักจะซุกซ่อนได้ง่าย จึงดูเหมือนว่าอุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้านั้นจะเข้าถึงตลาดเป้าหมายกลุ่มวัยรุ่นได้สำเร็จแล้ว

และแม้ว่าการใช้บุหรี่ในหมู่วัยรุ่นจะลดลงก่อนหน้านี้ แต่การใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้เพิ่มความสนใจและเพิ่มการใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินของวัยรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง

ข่าวดังกล่าวอาจเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากพอแล้วสำหรับพ่อแม่ แต่ยิ่งไปกว่านั้น จากสถานการณ์โรคปอดอักเสบที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจำนวนมากที่ผ่านมาและมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 34 คนใน 24 รัฐ ดังนั้นจังเห็นได้ชัดว่าทำไมพ่อแม่หลายคนถึงไม่พอใจหากพบว่าบุตรหลานของตนกำลังใช้บุหรี่ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาตอบสนองของพ่อแม่ผู้ปกครองเมื่อพบว่าบุตรหลานของตนใช้บุหรี่ไฟฟ้าอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อพฤติกรรมของพวกเขา

ถ้าเช่นนั้นพ่อแม่ควรทำอย่างไรเพื่อช่วยให้บุตรหลานหลีกเลี่ยงการใช้บุหรี่ไฟฟ้า หรือโน้มน้าวให้พวกเขาเลิกเสียถ้าพวกเขาเริ่มใช้ไปแล้ว

การหาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี

เราทราบอะไรบ้างเกี่ยวกับอันตรายจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า

แม้ว่าโฆษณาทางการตลาดจะอ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่ แต่ก็เป็นสิ่งเสพติด

ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนด้วยว่าการติดนิโคตินตั้งแต่อายุยังน้อยนั้นไม่เพียงแต่ทำให้คนเลิกได้ยากขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสมอง และเปลี่ยนเกณฑ์การเสพติดสารอื่น ๆ ในอนาคต

ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าบางชนิดเช่น Juul มีความเข้มข้นของนิโคตินเกือบสองเท่าของบุหรี่ทั่วไป และจากรายงานล่าสุดของ NPR พบว่ามีการกำหนดมาตรฐานในระดับที่ต่ำมากเกี่ยวกับส่วนผสมอื่น ๆ ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้

กล่าวอีกนัยหนึ่งคืออันตรายที่เป็นไปได้นั้นมีมากและตอนนี้ก็ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

ทางออกที่ดีที่สุดของคุณก็คือการป้องกัน

จอห์น มอปเปอร์ เป็นนักจิตบำบัดวัยรุ่นและเป็นเจ้าของร่วมของสถาบันสุขภาพจิต Blueprint Mental Health ในเมืองซอเมอร์วิลล์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ เขาบอกว่าคนไข้ของเขาแจ้งว่า “ในระหว่างคาบเรียนหนึ่ง ๆ อาจมีนักเรียน 15 ถึง 20 คนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในห้องน้ำของโรงเรียน”

สถานการณ์ชักจูงประเภทนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้ “เมื่อเด็ก ๆ ก้าวไปสู่วัยรุ่น ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะมีพฤติกรรมต่อต้านพ่อแม่เพื่ออ้างสิทธิ์ความเป็นอิสระของตัวเอง และหันไปหาเพื่อนเพื่อขอกำลังใจและคำแนะนำแทน” มอปเปอร์กล่าว

นั่นหมายความว่าพ่อแม่กำลังรับมือกับการต่อสู้ที่ยากเย็นแสนเข็ญอยู่แล้วในเรื่องการทำให้วัยรุ่นห่างไกลจากการบุหรี่ไฟฟ้า แต่การเริ่มบทสนทนาเหล่านั้นตั้งแต่เนิ่น ๆ และบ่อย ๆ อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการป้องกันไม่ให้บุตรหลานวัยรุ่นเดินไปตามเส้นทางสายนั้น

“หากพ่อแม่ต้องการให้ลูก ๆ อยู่ห่างจากบุหรี่ไฟฟ้าก่อนที่จะหันไปใช้มัน ก็จะต้องมีการกำหนดแบบอย่างไว้ตั้งแต่พวกเขาอายุยังน้อย” มอปเปอร์กล่าว

แต่เขาไม่ได้แค่พูดถึงการกล่าวหาว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้น “ไม่ดี” และบอกลูก ๆ ว่าไม่ควรใช้มัน

“ผมหมายถึงการอนุญาตให้บุตรหลานของคุณทำความรู้จักและขยายกรอบตั้งแต่อายุยังน้อย โดยคอยแนะนำพวกเขาอยู่ตลอดและปล่อยให้เกิดผลลัพธ์เองตามธรรมชาติ” มอปเปอร์อธิบาย

การทำเช่นนี้จะช่วยให้เด็กเรียนรู้วิธีการตัดสินใจที่ดีตั้งแต่แรก เขากล่าว “ถ้าเด็กถูกกำหนดให้อยู่ห่างจากสิ่งที่ไม่ดี พวกเขาจะไม่มีวันได้เรียนรู้ทักษะในการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลและสมเหตุสมผลด้วยตัวเอง” มอปเปอร์กล่าว

ดร. ไบรอัน เจนส์เซ่น ซึ่งเป็นโฆษกประจำสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (AAP) และกุมารแพทย์ปฐมภูมิประจำ เครือข่ายสุขภาพ CHOP Care Network แนะนำให้พ่อแม่ผู้ปกครองพิจารณาถึงตัวอย่างที่พวกเขากำหนดไว้ด้วย

“จริง ๆ แล้วมันเกี่ยวกับการจัดการความคาดหวัง” เขากล่าว “การที่ตัวคุณเองก็ต้องไม่สูบบุหรี่และไม่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าด้วย เพราะปัจจัยที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งสำหรับวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ก็คือการมีพ่อแม่ที่สูบบุหรี่”

นอกจากนี้ เขายังกล่าวอีกว่าข้อความที่เราบอกกับลูก ๆ เกี่ยวกับการใช้นิโคตินถือเป็นสิ่งสำคัญ

แทนที่จะสาธยายถึงอันตรายจากการสูบบุหรี่ เขาแนะนำให้พูดคุยกับวัยรุ่นเกี่ยวกับวิธีการที่ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยาสูบพยายามโน้มน้าวชักจูงพวกเขา เพราะไม่มีวัยรุ่นคนไหนอยากเชื่อว่าตัวเองจะถูกโน้มน้าวชักจูงได้ง่าย

“นอกจากนี้ยังเกี่ยวกับเรื่องของการมีส่วนร่วมในภูมิทัศน์ด้านสาธารณสุขที่กว้างขึ้น การสร้างความตระหนักรู้ผ่านระบบในโรงเรียน และการช่วยกำหนดกฎระเบียบเพื่อปกป้องวัยรุ่นจากบริษัทยาสูบ” ดร. เจนส์เซ่น อธิบาย

การสร้างสภาพแวดล้อมที่มีการเปิดเผยต่อกันและกัน

สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ทั้ง ดร. เจนส์เซ่นและมอปเปอร์พูดถึงก็คือการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่คุณไปจับได้ว่าบุตรหลานวัยรุ่นของคุณใช้บุหรี่ไฟฟ้าโดยที่คุณไม่รู้มาก่อนเลยว่าพวกเขาเคยลองใช้ผลิตภัณฑ์พวกนี้มาแล้ว

“พ่อแม่ผู้ปกครองควรพูดคุยกับลูก ๆ อย่างเปิดเผยเกี่ยวกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าและสร้างสภาพแวดล้อมที่วัยรุ่นรู้สึกสบายใจที่เข้าไปพูดคุยกับแม่และพ่อ” มอปเกอร์กล่าว

ใช่ แม้ว่าพวกเขาจะเคยลองแล้วก็ตาม

ดร. เจนส์เซ่น กล่าวว่าเรื่องนี้ต้องอาศัยการสร้างสภาพแวดล้อมที่มีการเปิดเผยต่อกันและกัน

“ถ้าอยู่ ๆ คุณก็จับได้ นั่นเป็นเรื่องที่ลำบากใจกว่า เพราะถ้าคุณจับได้ก็อาจเป็นเพราะคุณเข้าไปรื้อค้นห้องของพวกเขา ซึ่งเป็นการ “จับผิด” มากกว่า เพราะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่แท้จริงนั้นเกิดขึ้นจากการไม่ตัดสินกัน” เขากล่าว

ตามหลักการแล้ว ดร. เจนส์เซ่นกล่าวว่าวัยรุ่นควรรู้สึกสบายใจที่จะบอกพ่อแม่เกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้ ทว่าพ่อแม่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่บุตรหลานวัยรุ่นจะกล้าพูดคุยกับพวกเขาอย่างเปิดเผย อย่างเช่น เรื่องที่ตัวเองใช้บุหรี่ไฟฟ้า ได้อย่างไรล่ะ

“เรื่องนี้ต้องอาศัยการพูดคุยและการรับฟัง โดยพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่วัยรุ่นรู้สึกว่าพวกเขาสามารถเข้าไปคุยกับพ่อแม่เพื่อขอความช่วยเหลือได้” ดร. เจนส์เซ่นกล่าว

เขาแนะนำให้พ่อแม่ผู้ปกครองถามคำถามตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่เรื่องของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าจะเกิดขึ้น และรับฟังคำตอบบุตรหลานวัยรุ่นอย่างจริงจัง

จะทำอย่างไรหากบุตรหลานวัยรุ่นของคุณใช้บุหรี่ไฟฟ้าไปแล้ว

“สิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งก็คือการแสดงปฏิกิริยาที่รุนแรงเกินเหตุ” มอปเปอร์กล่าว “เราต้องตอบสนองอย่างใจเย็นและมีเหตุผล”

เขาบอกว่าพ่อแม่ผู้ปกครองต้องตรวจสอบอารมณ์ของตัวเองในสถานการณ์เหล่านี้

“ในฐานะพ่อแม่ เรารักลูก ๆ ของเราและความรักนั้นสามารถก่อให้เกิดความวิตกกังวลอย่างยิ่งว่าพวกเขาจะต้องไม่เป็นอะไร ความวิตกกังวลดังกล่าวสามารถทำให้เราสติแตก ด่าทอและโวยวาย ยึดวิดีโอเกมของพวกเขาและห้ามไม่ให้พวกเขาไปไหนเป็นเดือน” มอปเปอร์กล่าว

แม้ว่าการทำเช่นนี้จะช่วยให้วัยรุ่นหยุดใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้ในระยะสั้น แต่อาจก่อให้เกิดความขุ่นเคืองใจต่อคุณในฐานะพ่อแม่ของพวกเขาได้

“แม้ว่าพฤติกรรมบางอย่างสมควรได้รับผลกระทบที่ตามมา แต่การผลกระทบดังกล่าวนี้ต้องมาจากการไตร่ตรองอย่างใจเย็นและมีเหตุผล” มอปเปอร์กล่าวแนะ

เขาเสริมว่าคงต้องใช้เวลาสักระยะในการที่วัยรุ่นจะพูดอธิบายความรู้สึกของตัวเอง ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องเว้นช่องว่างให้พวกเขาพูดในสิ่งที่ต้องการพูด โดยไม่ต้องดุด่าว่ากล่าวพวกเขา

นอกจากนี้หากบุตรหลานของคุณใช้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่แล้ว มอปเปอร์กล่าวว่าสิ่งสำคัญคือต้องประเมินว่าพวกเขาติดนิโคตินหรือไม่

“พวกเขาอาจจะต้องการเลิก แต่มันเลิกยากก็เป็นได้” เขาอธิบาย

หาคำตอบและพูดคุยเกี่ยวกับทางเลือกเพื่อช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นการเสพติดนั้นไปได้ย่อมได้ผลดีมากกว่าการเรียกร้องให้พวกเขาเลิก มอปเปอร์ระบุ

การแสวงหาความช่วยเหลือให้บุตรหลานวัยรุ่นของคุณ

หากบุตรหลานวัยรุ่นของคุณติดนิโคติน ขั้นแรกคุณควรปรึกษากุมารแพทย์หรือแพทย์ประจำครอบครัวของคุณ พวกเขาสามารถช่วยคุณพิจารณาได้ว่าการเสพติดนั้นรุนแรงมากน้อยแค่ไหนและมีทางเลือกใดบ้างในการช่วยให้บุตรหลานวัยรุ่นของคุณนั้นเลิกได้

Smokefree Teen เป็นอีกแหล่งข้อมูลหนึ่งที่มีแอปและตัวเลือกในการส่งข้อความที่วัยรุ่นสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองเน้นย้ำถึงความสำคัญที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องมีการพูดคุยแบบเปิดกว้างกับบุตรหลานวัยรุ่นของตนเพราะนี่เป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้พวกเขาได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็นและสามารถเลิกบุหรี่ไฟฟ้าได้สำเร็จ

การพูดคุยเกี่ยวกับปัญหานี้กับบุตรหลานวัยรุ่นของคุณแบบไม่ตัดสินพวกเขา พวกเขาอาจรู้สึกว่าสามารถเข้าหาคุณได้สะดวกใจยิ่งขึ้นแม้ว่าจะกำลังทำบางสิ่งที่คุณไม่เห็นด้วยก็ตาม

ผู้เขียนบทความ ลีอาห์ แคมป์เบลล์ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562

Source: Kid vaping – https://www.healthline.com/health-news/i-caught-my-kid-vaping-what-should-i-do (dec2)