Tobacco Harm Reduction Network (Thailand)

รวมบทความ ข่าวสาร งานวิจัย เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการลดสารพิษจากการสูบบุหรี่แบบมวน และลดมลพิษให้กับคนรอบข้าง

การลดอันตรายจากยาสูบเป็นความรับผิดชอบระดับทั่วโลก

การลดอันตรายจากยาสูบเป็นความรับผิดชอบระดับทั่วโลก

เมื่อไม่นานนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์จากทั่วโลกได้รวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการลดอันตรายที่เป็นไปได้สำหรับยาสูบเพื่อบรรเทาอันตรายจากการสูบบุหรี่

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นที่สถาบันวัฒนธรรมแห่งชาติ (National Palace of Culture) ในกรุงโซเฟีย ประเทศบัลแกเรีย ซึ่งยังมีการการถ่ายทอดทางออนไลน์พร้อมกับแปลภาษาสำหรับผู้เข้าร่วมกว่า 100 คนในสี่ทวีป

การประชุมดังกล่าวนำโดยวิทยากร 4 คน ได้แก่ ศจ. เดวิด คายัต หัวหน้าแผนกการแพทย์มะเร็งวิทยาที่โรงพยาบาลในปารีส และยังเป็นศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยปิแอร์และมารีคูรีอีกด้วย, ดร. เอเฟรน แคมโบรเนโร โมรากา ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในด้านการรักษามะเร็งวิทยาประจำศูนย์มะเร็งคอสตาริกา, ศจ. จอร์จี โมเมคอฟ ประธานสมาคมวิทยาศาสตร์เภสัชกรรมแห่งบัลแกเรียและอาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา เภสัชบำบัดและพิษวิทยาประจำคณะเภสัชศาสตร์ของมหาวิทยาลัยการแพทย์โซเฟีย และ ดร. ราดา โปรโคโปวา หัวหน้าแผนกโรคหัวใจและวิศวกรรมชีวการแพทย์ประจำสมาคมโรคหัวใจ/ความดันโลหิตสูงแห่งยุโรป

การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการตัดสินใจของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ที่อนุญาตให้ IQOS ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ให้ความร้อนยาสูบของฟิลลิปมอร์ริสสื่อสารกับผู้บริโภคด้วยข้อความว่า ‘ลดการสัมผัสกับสารพิษ’ ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2020

การประชุมนี้มีการนำเสนอและการอภิปรายของคณะบุคคลในลักษณะถาม – ตอบ โดยเน้นประเด็นเกี่ยวกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ไร้ควันเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้สูบบุหรี่ที่หากไม่มีทางเลือกอื่นก็จะสูบบุหรี่ต่อไป นโยบายด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับยาสูบและนิโคติน กลยุทธ์การลดอันตรายจากยาสูบในศตวรรษที่ 21 และการตัดสินใจด้านกฎระเบียบล่าสุดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ไร้ควัน เช่น ผลิตภัณฑ์ให้ความร้อนยาสูบ IQOS ของฟิลลิปมอร์ริสที่ ‘ลดการสัมผัสกับสารพิษ’

ในคำกล่าวเปิดงาน ผู้ดำเนินการประชุม ศจ. โบริสลาฟ จอร์จีเอฟ หัวหน้าฝ่ายคลินิกโรคหัวใจของโรงพยาบาลโรคหัวใจแห่งชาติในกรุงโซเฟีย ประเทศบัลแกเรีย กล่าวว่า “แม้จะมีความพยายามอย่างนับครั้งไม่ถ้วนของหลาย ๆ ประเทศในการลดอัตราการสูบบุหรี่ แต่การสูบบุหรี่ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ มากมาย และส่งผลกระทบต่ออวัยวะทุกส่วนในร่างกายมนุษย์ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ระบบสุขภาพทั่วโลกจะประสานงานกันเพื่อลดผลกระทบและผลเสียร้ายแรงจากการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง และเราในฐานะแพทย์ต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ไขปัญหานี้ที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตัวผู้สูบบุหรี่เองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชากรทั่วโลกด้วยซึ่งมีทั้งผู้สูบบุหรี่โดยตรงและโดยอ้อม”

ในส่วนนี้ ศจ. เดวิด คายัต เน้นย้ำข้อเท็จจริงจากการวิจัยและหลักฐานที่แม่นยำที่พิสูจน์แล้วว่าอันตรายจากยาสูบ ผลกระทบและความเป็นไปได้ของการสูบบุหรี่นั้นเป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งในประชากรทั่วโลก

“ตั้งแต่ปี 1990 ที่มีการค้นพบว่าการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเป็นครั้งแรก อัตรการสูบบุหรี่ยังคงเหมือนเดิมแม้ว่าจะผ่านไป 20 ปีแล้วก็ตาม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 100,000 รายทุก ๆ ปี ที่อ้างอิงได้ว่าเป็นผลมาจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ และนโยบายที่มีอยู่เกี่ยวกับการลดอันตรายจากยาสูบดูเหมือนจะไม่ได้ผล ในการทำความเข้าใจกับอันตรายจากการสูบบุหรี่ เราจำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการนี้ การเผาไหม้ยาสูบทำให้เกิดควันซึ่งประกอบด้วยสารเคมีและอนุภาคขนาดเล็กเป็นพิเศษกว่า 6000 ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้ มีสาร 93 ชนิดที่ได้รับระบุโดยองค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกาว่าเป็นองค์ประกอบที่เป็นอันตรายและอาจเป็นอันตราย (HPHC) โดยเกือบ 80% ของจำนวนนี้เป็นสารก่อมะเร็งหรืออาจจะเป็นสารก่อมะเร็ง และเรามีข้อพิสูจน์ว่ายิ่งสัมผัสกับสารเคมีและสารก่อมะเร็งนานเท่าไร ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งก็จะสูงขึ้นเท่านั้น”

ศจ. คายัต อธิบายว่าแม้ว่าลดความเสี่ยงจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่การเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญและสามารถวัดผลได้นั้นมีความเป็นไปได้สูงพอสมควรสำหรับการศึกษาครั้งต่อ ๆ ไป หากผู้สูบบุหรี่ในปัจจุบันเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นอันตรายน้อยกว่า

“นวัตกรรมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าสามารถนำไปสู่หนทางและทางเลือกใหม่ที่ปลอดภัยกว่าสำหรับผู้สูบบุหรี่ที่เลิกบุหรี่ไม่ได้หรือไม่อยากเลิก” เขากล่าวเสริม

ดร. เอเฟรน แคมโบรเนโร กล่าวสรุปเกี่ยวกับการลดอันตรายจากยาสูบในศตวรรษที่ 21 และอธิบายว่าแนวทางนี้ช่วยรักษาชีวิตอย่างไรบ้าง

ดร.แคมโบรเนโร กล่าวว่า “แนวคิดเรื่องการลดอันตรายจากยาสูบเป็นประเด็นที่ร้อนแรงและมีความคิดแตกแยกกันไปภายในหน่วยงาน/แนวทางการควบคุมยาสูบในปัจจุบัน การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่าเกือบ 80% ของผู้ใช้ยาสูบราว 1.3 พันล้านคนทั่วโลกมาจากประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง ในขณะที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้เสียชีวิต 8 ล้านคนทั่วโลก จากโรคที่เกี่ยวข้องกับยาสูบภายในปี 2030 ดังนั้นการเจ็บป่วยและอัตราการเสียชีวิตที่เกิดจากการสูบบุหรี่นั้นทำให้เกิดภาระทางการเงินอันมหาศาลต่อระบบสาธารณสุขในหลายประเทศ”

สิ่งที่สามารถทำได้เพื่อลดการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่เกิดจากการใช้ยาสูบคืออะไร?

นี่เป็นส่วนที่แนวคิดเรื่องการลดอันตรายจากยาสูบเข้ามามีบทบาท เป้าหมายคือเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของบุคคลและสังคมในวงกว้างที่เกี่ยวข้องกับการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อวิพากษ์วิจารณ์มากมายในเชิงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ ซึ่งบางส่วนกล่าวว่านี่เป็นการส่งเสริมการใช้สารเสพติด (นิโคติน) อย่างต่อเนื่อง บ้างก็กล่าวว่าความปลอดภัยในระยะยาวยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ประสิทธิภาพในการช่วยลด ละ เลิกบุหรี่ยังไม่ชัดเจน และกล่าวว่าแนวทางนี้เป็นประตูในการดึงดูดเยาวชน

” ข้อโต้แย้งทั้งหมดนี้มีเหตุผล เนื่องจากเราต้องจำไว้ว่ายาสูบทุกรูปแบบเป็นอันตรายและการสัมผัสสารพิษในระดับที่ปลอดภัยนั้นไม่มี และไม่มีไม้กายสิทธิ์ใดที่จะเสกให้คนเลิกสูบบุหรี่ได้ แต่เราควรใช้ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อป้องกันการเริ่มสูบบุหรี่และเพื่อช่วยให้ผู้สูบนั้นเลิกบุหรี่” ดร. แคมโบโรเนโรกล่าวโดยอ้างถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ไร้ควันในหมู่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นพิษน้อยกว่า ข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนนั้นจำเป็นต้องได้รับการเผยแพร่อย่างชัดเจน ดร. แคมโบโรเนโรระบุ

ศจ. จอร์จี โมเมคอฟ ระบุว่าถึงแม้ว่านิโคตินจะเป็นสาเหตุหลักของการเสพติด แต่ “สารพิษที่เกี่ยวข้องกับการเผาไหม้ต่างหากที่เป็นสาเหตุหลักของโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ อุณหภูมิที่สูงมากที่ส่วนปลายของมวนบุหรี่ที่เผาไหม้ ซึ่งสูงกว่า 600 องศาเซลเซียสทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีจำนวนมากซึ่งสลายยาสูบออกมาเป็นสารเคมีหลายพันชนิดที่ปรากฏในควันบุหรี่ โดยหลายชนิดถือว่าเป็นอันตรายและสารเคมีทั้งหลายรวมกันถือว่าเป็นสาเหตุหลักของโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่สารเคมีจำนวนมากนั้นมีพิษ ( เป็นพิษ) และสามารถทำลายเซลล์ของเราได้และสารหลายชนิดก็เป็นสารก่อมะเร็ง (ก่อให้เกิดมะเร็ง) สารที่อันตรายที่สุดสารหนึ่งคือก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซพิษที่ไม่มีกลิ่นหรือรสชาติ อีกทั้งร่างกายเรายังแยกความแตกต่างของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากออกซิเจนได้ยากจึงทำให้ร่างกายดูดซึมเข้าไปสู่กระแสเลือด ทุกสิ่งที่เราสูบเข้าไปจะส่งตรงไปที่ปอด” เขาอธิบาย

เมื่อเปรียบเทียบบุหรี่กับผลิตภัณฑ์ IQOS เขาชี้แจงว่าบุหรี่แบบดั้งเดิมมียาสูบกับนิโคติน และเมื่อเผาไหม้ก็ทำให้เกิดควันในขณะที่ผลิตภัณฑ์ให้ความร้อนยาสูบเช่น IQOS มียาสูบและนิโคตินตามธรรมชาติ และให้ความร้อนแก่ยาสูบเพื่อสร้างไอละอองแทนควัน

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์นี้ยังเป็นผลิตภัณฑ์เดียวที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยง โดยมีกระบวนการทำงานผ่านแผ่นควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้ความร้อนอย่างแม่นยำแก่แท่งยาสูบที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ด้วยอุณหภูมิต่ำกว่า 350 องศาเซลเซียส การใช้งานผลิตภัณฑ์นี้ใช้เวลาประมาณ 6 นาทีหรือการสูบ 14 ครั้งคล้ายกับบุหรี่ การได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากไอละอองของ IQOS เทียบได้กับการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อม และระดับของอะโครลีนต่ำกว่าบุหรี่แบบเผาไหม้ 89% ถึง 95% และฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำกว่าบุหรี่แบบเผาไหม้ 66% ถึง 91% ดร. เมโมคอฟ กล่าวว่าข้อมูลนี้ได้รับการตรวจสอบโดยการศึกษาแบบอิสระ และแม้ว่าจะยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก แต่ IQOS ก็ถือเป็นตัวอย่างอ้างอิงได้ตัวอย่างหนึ่ง

การอภิปรายท้ายสุดนำโดย ดร. ราดา โปรโคโปวา ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงและหัวใจล้มเหลว เธอเห็นด้วยกับวิทยากรคนอื่น ๆ เธออธิบายข้อมูลจากชีวิตจริงจากงานเวชปฏิบัติด้านโรคหัวใจ โดยระบุว่ามีคนจำนวนไม่มากที่รู้ว่าสารระคายเคืองที่เป็นพิษนั้นมีความเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือดและระบบทางเดินหายใจ ในขณะที่อาการต่าง ๆ เช่น การสูญเสียความจำและการเกิดความวิตกกังวลนั้นเป็นผลมาจากการติดบุหรี่

” ไม่มีแพทย์คนไหนที่ไม่พยายามชักชวนให้ผู้ป่วยเลิกบุหรี่ แต่นี่เป็นปัญหาที่แก้ยากมาก ทางเลือกในปัจจุบันสำหรับการเลิกบุหรี่อย่างผลิตภัณฑ์ให้ความร้อนยาสูบถือเป็นแนวทางในการตอบสนองความต้องการของผู้ที่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ด้วยการลดการสัมผัสกับสารพิษ” ดร. โปรโคโปวากล่าวเสริม

ในการสรุปเหตุผลสำหรับกลยุทธ์การลดอันตราย ดร. เอเฟรน แคมโบรเนโร กล่าวว่า “การลดอันตรายสามารถใช้ได้ทุกที่ โดยสามารถนำไปใช้ในประเทศใดก็ได้ แต่หน่วยงานกำกับดูแลต้องปรับแผนการควบคุมของตนเนื่องจากผู้ที่ไม่ต้องการเลิกนิโคตินเพราะกำลังติดนิโคตินนั้นจำเป็นต้องอาศัยมาตรการขั้นสูง วิธีนี้อาจเป็นประโยชน์มากกว่าในประเทศที่มีรายได้ต่ำซึ่งสามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้แต่ต้องอาศัยการทำงานนานหลายปี และในการที่จะทำให้โครงการเกี่ยวกับยาสูบประสบความสำเร็จนั้น เราจำเป็นต้องลดการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตในหมู่ผู้สูบบุหรี่ที่ไม่เต็มใจจะเลิกหรือเลิกไม่ได้ และต้องป้องกันการเสพติดผลิตภัณฑ์ยาสูบรุ่นใหม่ ๆ น่าเสียดายที่การบริโภคยาสูบทั่วโลกยังคงแพร่หลายและในบางพื้นที่กำลังเติบโตมากยิ่งขึ้นอีก ผมมองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้นี้ ดังนั้นผมจึงคิดว่านี่เป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดที่เราคิดได้ในตอนนี้ แต่เรายังมีงานอีกมากที่ต้องทำในฐานะแพทย์ การลดอันตรายจากยาสูบสามารถช่วยลดผลเสียต่อสุขภาพแต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่เนื่องจาก IQOS หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่คล้ายคลึงกันอาจช่วยได้ก็จริง แต่เราต้องการหลักฐานและเวลาเพิ่มเติม”

ในประเด็นเกี่ยวกับผลกระทบจากการตัดสินใจของ FDA ดร. แคมโบรเนโร ชี้แจงว่า “ผลิตภัณฑ์ IQOS มีอยู่แล้วในตลาดต่าง ๆ หลายแห่ง ทุกคนมองว่าองค์กรนี้ (FDA) เป็นแหล่งอ้างอิง ดังนั้นการตัดสินใจครั้งใหญ่นี้จะผลักดันให้ผลิตภัณฑ์แพร่กระจายไปในตลาดอื่น ๆ อีกจำนวนมาก FDA กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าตนไม่ได้รับรองว่า IQOS เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แต่เป็นที่ชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์นี้มีการสัมผัสสารอันตรายในระดับที่ต่ำกว่า สิ่งสำคัญที่ต้องพูดถึงก็คือผลิตภัณฑ์นี้มุ่งเป้าไปที่ผู้ใหญ่ที่ต้องการเลิกบุหรี่ ไม่ใช่กลุ่มเยาวชน”

ศจ. โบริสลาฟ จอร์จีเอฟ กล่าวปิดการประชุม โดยระบุว่า “ผมแค่อยากจะเสริมว่าปัจจุบันมีการคาดเดามากมายเกี่ยวกับการใช้ยาสูบและความเชื่อมโยงกับ โควิด-19 ในขณะที่บางคนอ้างว่าการสูบบุหรี่สามารถป้องกันไวรัสได้ บางคนก็ตั้งสมมติฐานว่าผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากขึ้น เราต้องระมัดระวังอย่างมากกับข้อความเหล่านี้และต้องไตร่ตรองให้มาก เราไม่มีข้อมูลมากพอที่จะทดสอบสมมติฐานที่เกิดขึ้นนี้”

จากการประชุมหารือดังกล่าวจะเห็นได้ชัดเจนว่าการเลิกสูบบุหรี่ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ด้วยความกระตือรือร้นจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปกป้องประชากรทั่วโลกจากผลกระทบจากการสูบบุหรี่ยาสูบ นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มีการสัมผัสสารพิษน้อยลงจะเป็นความหวังให้กับผู้สูบบุหรี่ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมทั่วโลกได้หรือไม่ หากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่านวัตกรรมนี้มีสารเคมีที่เป็นพิษน้อยกว่าในขณะที่ให้นิโคตินในระดับที่ใกล้เคียงกับบุหรี่แบบเผาไหม้ สิ่งนี้ชี้ให้แนวโน้มว่าผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไร้ควันอาจเลิกใช้บุหรี่แบบเผาไหม้โดยสิ้นเชิงหรือไม่

Source: https://www.ippmedia.com/en/features/harm-reduction-tobacco-global-possibility

[Total: 1   Average: 5/5]