วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 25

ป้ายกำกับ: ผลวิจัย

สาธารณสุขอังกฤษยืนยัน บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน พร้อมดีเบตในไทย

สาธารณสุขอังกฤษยืนยัน บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน พร้อมดีเบตในไทย

บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน คำยืนยันจาก "สาธารณสุขอังกฤษ" พร้อมส่งข้อมูลกับรัฐสภาไทย นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “ลาขาดควันยาสูบ End Cigarette Smoke Thailand (ECST)” และเฟซบุ๊กเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” เปิดเผยกรณีมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ระบุว่า ผลการศึกษาของสาธารณสุขอังกฤษ (Public Health England: PHE) ไม่มีความน่าเชื่อถือและมีผลประโยชน์ทับซ้อนว่า “PHE รับทราบเรื่องนี้และได้ส่งอีเมล์มายังเรา ยืนยันว่า บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมว่ามาตรการควบคุมยาสูบในประเทศอังกฤษได้รับการยอมรับว่า เป็นแผนงานที่ดีที่สุดในยุโรป โดยแผนงานให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและแนวทางใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมและจัดการกับความเสี่ยงไปพร้อมกัน และพร้อมเดินทางมาชี้แจงกับรัฐสภาของไทยหากได้รับคำเชิญ” นายมาริษกล่าวต่อว่า เนื้อความในอีเมล์จากนายมาร์ต
ผลการศึกษาชี้ การใช้บุหรี่ไฟฟ้าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพวัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่

ผลการศึกษาชี้ การใช้บุหรี่ไฟฟ้าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพวัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่

ผลการศึกษาชี้ การใช้บุหรี่ไฟฟ้าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพวัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ แม้ว่าผลกระทบด้านสุขภาพของการใช้บุหรี่ไฟฟ้ายังมีบางคนให้ความสงสัยอยู่ แต่จากผลการศึกษาล่าสุดพบว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในระยะยาว ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงในวันผู้ใหญ่ และวัยรุ่น งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports โดยให้กลุ่มคนที่มีอายุตั้งแต่ 23 - 35 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้าทุกวันเป็นเวลา 3.5 ปี และยังทดสอบกับกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่เคยสูบบุหรี่อีกหนึ่งกลุ่มด้วย ผลการศึกษาเผยให้เห็นว่าผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเวลานาน ไม่มีหลักฐาน หรือความเสียหายทางกายภาพใดๆ ต่อปอด หรือมีอาการอักเสบใดๆ เลย นอกจากนี้จากผลการศึกษานักสูบในช่วงอายุที่อ่อนกว่า พบว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีผลต่อความดันโลหิต หรืออัตราการเต้นของหัวใจอีกด้วย จากผลการทดสอบนี้แสดงให้เห็นว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีความปลอดภัยกว่าบุหรี่มวนอย่างเห็
ผลวิจัยชี้ สุขภาพของผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าระยะยาวแทบไม่ต่างกับผู้ไม่สูบบุหรี่เลย

ผลวิจัยชี้ สุขภาพของผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าระยะยาวแทบไม่ต่างกับผู้ไม่สูบบุหรี่เลย

ผลวิจัยชี้ สุขภาพของผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าระยะยาวแทบไม่ต่างกับผู้ไม่สูบบุหรี่เลย วารสารชั้นนำทางการแพทย์ Nature ตีพิมพ์ผลการศึกษาผลกระทบระยะยาวเป็นเวลา 3.5 ปีของผู้ใช้ บุหรี่ไฟฟ้า เทียบกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ไม่สูบบุหรี่ชนิดใดเลย โดยมีการตรวจวัด การทำงานของปอด ความดันเลือด รวมถึงระดับสารพิษต่างๆในลมหายใจ เช่น คาร์บอนมอนนอกไซด์ กรดไนตริก จากการศึกษาพบว่าทั้งสองกลุ่มมีค่าที่ตรวจวัดไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ จึงสรุปได้ว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในระยะยาวไม่น่าจะมีผลกระทบต่อสุขภาพ ลักษณะการศึกษา ที่ผ่านมาบุหรี่ไฟฟ้าได้รับความสนใจและมีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยจุดประสงค์การใช้ที่แตกต่างกันเช่น ช่วยลดปริมาณการสูบมวน ช่วยเลิกบุหรี่มวน ใช้เพื่อเป็นทางเลือกในการบริโภคนิโคตินที่ปลอดกว่าโดยไม่ต้องเสี่ยงกับอันตรายจากควันพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ กอรปกับข้อมูลที่มากขึ้น ที่ทำให้พอจะสรุปได้ว่
สูบบุหรี่ทั่วไป เสี่ยงมะเร็ง และอันตรายกว่า บุหรี่ไฟฟ้า

สูบบุหรี่ทั่วไป เสี่ยงมะเร็ง และอันตรายกว่า บุหรี่ไฟฟ้า

สูบบุหรี่ทั่วไป เสี่ยงมะเร็ง และอันตรายกว่า บุหรี่ไฟฟ้า มีความเข้าใจผิดในคนส่วนใหญ่ว่าการสูบ "บุหรี่ไฟฟ้า" นั้นอันตรายเทียบเท่า หรือมากกว่าการสูบบุหรี่ทั่วไป ซึ่งจากผลวิจัยในยุคปัจจุบันพิสูจน์แล้วว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้า ปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่ทั่วไปอย่างมาก สาเหตุหลักๆ เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีการเผาไหม้นั่นเอง การสูบบุหรี่ทั่วไป มีความเสี่ยงโรคมะเร็งในอวัยวะต่างๆ กว่า 14 ชนิด เช่น มะเร็งปอด, มะเร็งลำไส้, หรือมะเร็งตับอ่อน แต่จากหลักฐานจากงานวิจัยระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้า ปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากไม่มีควันจากการเผาไหม้ รวมถึงสารพิษจำพวก ทาร์ หรือคาร์บอน มอนอกไซด์ มีเพียงนิโคตินในน้ำยาเท่านั้น ซึ่งแม้จะมีฤทธิ์ทำให้ติด แต่ก็ไม่ทำอันตรายกับร่างกายเท่าการสูบบุหรี่ทั่วไป นอกจากนี้งานวิจัยระบุว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีค่าเท่ากับการใช้สารทดแทนนิโคตินชนิดอื่น ซึ่งมีความปลอดภัย และแน่นอนว่าช่วยใ
บุหรี่ไฟฟ้า มีสารก่อมะเร็งน้อยกว่าบุหรี่มวน (งานวิจัยจาก UCL)

บุหรี่ไฟฟ้า มีสารก่อมะเร็งน้อยกว่าบุหรี่มวน (งานวิจัยจาก UCL)

ยืนยัน บุหรี่ไฟฟ้า มีสารก่อมะเร็งน้อยกว่าบุหรี่มวนหลายเท่า จากการตรวจปัสสาวะ-น้ำลาย ของผู้ทดลอง181คน วันนี้(16ก.พ.60)บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์หรือ บุหรี่ไฟฟ้า เริ่มได้รับความนิยมจากสิงห์รมควัน เพื่อใช้ทดแทนการดูดบุหรี่แบบเดิมๆ เพราะเชื่อว่า จะดีต่อสุขภาพ และปลอดภัยมากกว่า บุหรี่ไฟฟ้าถูกคิดค้นและผลิตขึ้นครั้งแรกที่ประเทศจีนโดย บริษัท Ruyan ในปี 2004 ก่อนที่บริษัทอื่นจะพัฒนาออกมาหลากหลายขนาด และรูปแบบ แต่ทุกแบบจะมีหลักการทำงานไม่แตกต่างกัน โดยส่วนประกอบสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ 1.น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หรือ E – Liquid ซึ่งผลิตจากสารโพรพลีลีน กลีเซอรอล หรือเรียกสั้นๆ ว่า พีจี ซึ่งสารพีจีจะใช้เป็นตัวละลายกลิ่น หรือรสชาติกับนิโคติน 2. ตัวBattery สำหรับสร้างความร้อน 3.Cartridge ตัวอุปกรณ์ที่ใช้เก็บE – Liquid และ 4. Atomizer ตัวสร้างควันจากคลื่นความร้อนไมโครเวฟ ซึ่งส่วนประกอบทั้งหมดไม่ทำให้เกิดควันจากการเ