สิทธิมนุษยชน: บุหรี่ไฟฟ้าควรมีราคาที่เอื้อมถึงได้สำหรับผู้สูบบุหรี่ในประเทศยากจน

จากผลสำรวจขององค์การอนามัยโลก ในปัจจุบันนี้มีจำนวนผู้สูบบุหรี่กว่า 1.1 พันล้านคนทั่วโลก และเสียชีวิตกว่า 6 ล้านคนต่อปีด้วยโดยมีสาเหตุจากการสูบบุหรี่  อีก 890,000 คนต่อปีเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรจากควันบุหรี่มือสอง

ในงานประชุมระดับโลกปี 2018 ว่าด้วยเรื่องยาสูบและนิโคติน โดยนักวิชาการเรียกร้องให้ลดราคาบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อช่วยลดอันตรายจากการสูบบุหรี่ที่ในประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้จากการสำรวจกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านยาสูบและตัวแทนจากแวดวงบุหรี่ไฟฟ้า 300 คน โดย Helen Redmond ผู้เชี่ยวชาญด้านสารเสพติดจาก New York University’s Silver School of Social Work กล่าวว่าผู้คนในประเทศยากจนไม่ควรถูกจำกัดสิทธิในการใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินที่มีศักยภาพช่วยให้พวกเขาเลิกบุหรี่ได้เพียงเพราะราคาที่สูงไป ดังนั้นเรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ในเมื่อบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ช่วยลดความเสี่ยง ก็ควรจะปรับราคาลดลง อีกทั้งนิโคตินไม่ใช่ยาเสพติดร้ายแรง และยังช่วยลดอาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลได้ ดังนั้นนักวิชาการจึงเรียกร้องให้มีการค้นคว้าวิจัยความเป็นไปได้ของประโยชน์ทางการแพทย์ของนิโคติน และมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนานวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของนิโคตินที่จะช่วยผลักดันให้เกิด “สังคมปลอดควัน” และลดอันตรายจากบุหรี่

ไวท์เคานท์ Matt Ridley (นักเขียนและสมาชิกสภาขุนนาง) ซึ่งเข้าร่วมกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในการสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นรูปแบบหนึ่งของการลดอันตราย ไม่เห็นด้วยกับการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าโดยใช้ข้อบังคับเดียวกับการควบคุมการสูบบุหรี่ธรรมดา เนื่องจากอาจจะถูกมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ ทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้คนเลิกบุหรี่ได้คือการพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้า นอกจากนั้น ในขณะที่อุตสาหกรรมยาสูบพยายามสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคตินเป็นส่วนประกอบในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยง แต่สื่อกลับสร้างภาพลักษณ์ที่น่ากลัวก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในกลุ่มสาธารณชน ทั้งนี้ เขาเปรียบเทียบชะตากรรมของอุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้าโดยเฉพาะในอเมริกาว่าเสมือนเผชิญกับการลักลอบนำเข้าและกลุ่มคนหัวโบราณ

Clive Bates ผู้อำนวยการกลุ่มสนับสนุน อธิบายมุมมองของนักรณรงค์ต่อต้านยาสูบว่าเป็นการมุ่งทำลายอุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้า โดยแท้จริงนั้นมีเรื่องผลประโยชน์อยู่ เขากล่าวว่าขณะที่นักวิจารณ์พยายามอย่างยิ่งที่จะหาหลักฐานเพื่อ “ยืนกรานผลอันตราย”

บุหรี่หนึ่งมวนประกอบด้วยสารก่อมะเร็งมากกว่า 200 ชนิดและสารเสพติดคือนิโคติน เมื่อเร็วๆนี้ นักวิทยาศาสตร์และนักวิชาต่างล้มเหลวในการหาข้อตกลงถึงข้อดีและข้อเสียของการใช้สารนิโคตินในระยะยาว

ในการประชุมใหญ่ นักจิตวิทยาทางการแพทย์ Karl Fagerström เสนอให้มีการวิจัยเรื่องประโยชน์ของนิโคติน ซึ่งเขาเชื่อว่าจะสามารถช่วยผู้คนที่ทุกข์ทรมานกับโรคอัลไซเมอร์และโรคซึมเศร้าได้ และยังแนะนำด้วยอุตสาหกรรมยาสูบควรเปลี่ยนจากบุหรี่ธรรมดา (ที่มีการเผาไหม้) เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของนิโคตินได้แล้ว

Martin Jarvis ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาสุขภาพ แห่งลอนดอนคอลเลจ กล่าวว่าสหรัฐได้เดินหน้าในการควบคุมอย่างเข้มงวด โดยองค์การอาหารและยาแสดงความกระตือรือร้นที่จะลดระดับของนิโคตินในบุหรี่ และผู้คนไม่มีความรู้ เข้าใจนิโคตินผิด เพราะคิดถึงแต่แง่ลบของมัน อย่างไรก็ตามการอธิบายถึงนิโคตินว่าเป็นสารเสพติดก็ถือว่าเป็นเรื่องเข้าใจได้และสมเหตุสมผล ทั้งนี้ กว่า 80% ของผู้สูบบุรี่ต่างคิดว่าพวกเขาไม่น่าเริ่มสูบบุหรี่เลยตั้งแต่แรก

อ่านฉบับเต็มได้ที่ Affordable vaping for smokers in poor countries branded ‘a human rights issue’

[Total: 2    Average: 5/5]

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *