บุหรี่ไฟฟ้า กับความเห็นที่แตกต่างระหว่างหน่วยงานรัฐ (อังกฤษ vs ไทย)

บุหรี่ไฟฟ้า กับความเห็นที่แตกต่างระหว่างหน่วยงานรัฐ (อังกฤษ vs ไทย)

เพจ Drama-Addict ได้นำเสนอมุมมองความเห็นที่แตกต่างกัน เกี่ยวกับ ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ของหน่วยงานรัฐสองประเทศ คือทางประเทศไทย และประเทศอังกฤษ ซึ่งมีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆมากมาย

ความคิดเห็นที่น่าสนใจ

เครดิต คุณ Phongsit Leedamrongwanit

“เท่าที่ไล่อานมาในเมนท์นี้มีคนอยู่ 4 ประเภท
1. ไม่สูบบุหรี่ และสูงส่ง
พวกนี้ค่อนข้างจะตื้นเขิน ไม่ได้เข้าใจนัยยะอะไรใดๆ คิดแค่ความรู้สึกของตัวเองคือความถูกต้องแห่งจักรวาล คงไม่ต้องพูดว่าคนพวกนี้จะเห็นแก่ตัวระดับไหน
2. ไม่สูบบุหรี่ แต่เข้าใจโลก
คนพวกนี้รู้จักแยกแยะ คิดเป็น มีน้ำใจ และน่ายกย่อง
3. สูบบุหรี่ และเข้าใจโลก
คนพวกนี้เข้าใจกติกาสังคม
4. สูบบุหรี่ แต่ไม่แคร์โลก
คนพวกนี้จะคล้ายๆ พวกแรก น่าจับให้ไปอยู่ด้วยกัน

ปัจจุบัน.. ผู้สูบบุหรี่ในไทยมีทั้งหมดประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งประชากรไทยมีประมาณ 70 ล้าน หมายความว่าทุกครั้งที่คุณออกจากบ้าน ทุกๆ 7 คน จะมีผู้สูบบุหรี่ 1 คน
จึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่บุคคล ‘รกโลก’ นั้นจะเป็น พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติสนิท มิตรสหาย หรือลามไปถึงบรรพบุรุษของท่านเอง ยกเว้นท่านมีคนรอบตัวไม่เกิน 7 คน มันก็จะเหงาๆ หน่อย
สำหรับใครก็ตามที่คิดว่าคนสูบบุหรี่ส่วนใหญ่ไม่มีมารยาท อยากให้คิดใหม่ เพราะถ้าคน 10 ล้านคนนี้ไม่มีมารยาททางสังคมทั้งสิ้น พวกคุณๆ ทั้งหลายจะได้เป็นมะเร็งกันแบบรัวๆ แน่นอน

เข้าประเด็นที่แท้จริง ถ้าบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายจะมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง
ขอพูดเฉพาะมุมของคนที่ไม่สูบบุหรี่

– ข้อดี คุณจะมีโอกาสได้รับควันมือสองลดลงมาก ถ้าสามารถรณรงค์ให้ผู้สูบบุหรี่มวนเปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีควันมือสอง คุณอาจจะช่วยชีวิตผู้ที่กำลังเสี่ยงเป็นโรคจากบุหรี่มวนทั้งตัวผู้สูบและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากควันมือสอง คุณอาจจะคิดว่าคุณไม่ได้อยู่ในสังคมผู้สูบบุหรี่แต่ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติสนิท มิตรสหายของคุณล่ะ คนเหล่านั้นอาจจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป เพราะใน 1 ปีมีผู้เสียชีวิตจากบุหรี่มวนทั้งทางตรงและทางอ้อมร่วมๆ ครึ่งแสน คุณมีโอกาสช่วยพวกเค้าได้

– ข้อเสีย คุณอาจโดนรบกวนจากความน่ารำคาญของผู้สูบที่ไร้มารยาท และมีความเสี่ยงที่เยาวชนจะเห็นบุหรี่ไฟฟ้าเป็นกระแสนิยม แต่นั่นขึ้นอยู่กับกฎหมายที่ควบคุม และความเข้มงวดในการบังคับใช้ ซึ่งถ้าบุหรี่ไฟฟ้าจะผิดกฎหมายต่อไป เราจะยิ่งไม่สามารถควบคุมในจุดนี้ได้

สรุปจากข้อดีและข้อเสีย ผมขอตั้งคำถามว่าในทิศทางของสังคมโลก 160 กว่าประเทศ เลือกให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมาย แต่ทำไมในประเทศเราถึงกลับสวนทาง เป็นสินค้าผิดกฎหมาย และกฎหมายแรงมาก ไล่จับกันแบบเข้มข้นยิ่งกว่ายาเสพติด ลามหนักไปจับยันนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จนต่างชาติเค้าต้องประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวว่าคุณอาจจะติดคุกได้ถ้าพกบุหรี่ไฟฟ้ามาในประเทศไทย ทำเพื่อใคร ?

ปล. สุดท้ายผมขอขอบคุณผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ทุกท่านที่เข้าใจในมุมของผู้สูบและให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ขอบคุณครับ”

 

เครดิต คุณ Kantapong Indrasuan

“ถ้าพูดจากมุมคนไม่เคยดูดบุหรี่ทั้งคู่เลยนะ คือบุหรี่จริงเนี่ย ควันไม่เยอะเท่าไหร่ แต่กลิ่นเหม็นและอึดอัดมากอยู่ใกล้ไม่ได้เลย แถมควันบุหรี่ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งต่อคนสูบและคนที่อยู่ใกล้ๆที่สูดดม ไม่ว่าจะมีการเตือนหรือรณรงค์มากแค่ไหนก็ตาม ขนาดมีสถิติคนตายเพราะโรคจากบุหรี่สูงมาก จนน่าตกใจว่านี่คือสิ่งที่ถูกกฏหมาย และมีการซื้อขายได้ทั่วไป

ส่วนบุหรี่ไฟฟ้า จะมีสองประเภท แบบที่ควันเยอะกับควันโคตรเยอะ อึดอัดกับควัน แต่กลิ่นใช้ได้ หอมหวานดี ส่วนอันตรายก็คงจะเป็นอันตรายจากเครื่องยนต์กลไก ที่เห็นว่ามันสามารถระเบิดได้ถ้าเกิดขัดข้อง แต่ไม่รู้ว่าแรงพอจะทำให้ตายได้รึเปล่า แต่แน่นอนว่าอัตราการตายนั้นน้อยกว่าบุหรี่จริงอยู่แล้ว ล่ะ
ส่วนตัวคิดว่า มันต้องมีเกณฑ์สำหรับของสองสิ่งนี้ ต้องควบคุมได้ เช่น การมีสถานที่สำหรับนักสูบทั้งหลาย ซึ่งจริงๆก็มีทำกันแล้วในสถานที่เอกชน เค้าจะมีที่ให้สูบเลย แต่ผิดกับหน่วยงานรัฐฯ ที่จะแจ้งว่าตรงไหนห้ามสูบ ก็เอาสติ๊กเกอร์แปะไว้ง่ายๆ ซึ่งมันก็ไม่ได้สร้างวินัยในการสูบอะไรเลย

จริงๆการที่จะทำให้บุหรี่ไฟฟ้าสามารถนำเข้าได้อย่างถูกกฏหมาย ก็เป็นเรื่องที่ดี สร้างรายได้ให้กับรัฐฯ แต่เราจะยังไม่สรุปว่า การที่รัฐฯได้ภาษีจากบุหรี่ไฟฟ้านั้นจะทำให้ภาษีจากบุหรี่จริงนั้นลดลง คือถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่าคนที่สูบบุหรี่จริงๆมีแนวโน้มจะหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้า ถ้าเกิดบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฏหมาย ถามว่าเพราะอะไร? ก็เพราะเค้ามีข้อมูลจากมากมายหลายที่ ที่พิสูจน์มาแล้วว่าสามารถลดการดูดบุหรี่จริงได้ และสุขภาพดีขึ้นสำหรับผู้ที่”เปลี่ยน”จากของจริงเป็นไฟฟ้า

สรุปได้อย่างเดียวว่า ถ้ารัฐฯจัดเก็บภาษีได้เมื่อไหร่ ช่องทางหากินของตำรวจจะหายไป ยอมรับเถอะว่ามันเป็นเรื่องนี้แหละ ไม่ได้เกี่ยวกับอะไรอย่างอื่นเลย คืออีกไม่นานเดี๋ยวก็ถูกต้อง เชื่อดิ พอมันอิ่มตัวถึงจุดนึง กฏหมายก็พร้อมเปลี่ยน”

 

 เครดิต คุณ วัง ใหญ่จุง

“สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าเพราะมันไม่เหม็น ไม่เคืองตา ไม่แแสบคอ ถือซะว่า ช่วยคนที่แพ้ควันอย่างผมด้วยเถอะมีคนแบบผมอีกเยอะ ส่วนบุหรี่ธรรมดาก็ลดๆภาษีลงมาหน่อย ทำกฏหมายให้สูบแต่เฉพาะที่ๆให้สูบ ใครสูบในที่สาธารณะจับปรับ 500เป็นอย่างต่ำ ให้ถ่ายรูปแล้วแจ้งตำรวจ โดนจับก็นำเงินค่าปรับให้ผู้แจ้ง แบบนี้ หมดแน่ๆคับ พวกที่เสี้ยนชอบดูดปุ้ยๆในที่สาธารณะเนี่ยะ ส่วนเรื่องกลัวว่าจะต้องดูแลรักษาผู้ป่วยจากมะเร็งปอดเพราะบุหรี่ ก็ระบุไว้ในสิทธิรักษาฟรีไปเลยว่า ไม่ครอบคลุมผู้ที่สูบบุหรี่ คือทำลายปอดตัวเองแล้วยังต้องใช้ภาษีประชาชนมารักษาคนที่สูบบุหรี่มันไม่สมเหตุสมผล รัฐจริงจัง ให้อำนาจประชาชนทั่วไปแจ้ง จนท.ให้จับพวกละเมิดกฏได้ ส่วนเรื่องผลวิจัย ผมว่าควรทดสอบด้วยขนาดของการดูดเข้าปอด1เฮือก ก็น่าจะรู้ผลแล้ว ไม่ต้องมาเอาปัจจัยโน่น นั่น นี่ มาเทียบแบบค้านสายตาชาวบ้าน เทียบกันต่อจำนวนการดูดควันกี่เฮือก โปร่งใสหน่อยก็ทำรายการถ่ายทอดสดการทดลองให้ผู้ชมดู ช่องใดก็ได้ ช่องเวิร์คพ้อยก็ดี แล้วเอากรรมการจากหลายๆอาชีพ หมอซัก10คน อาชีพอื่นๆอีก90 คน มาตัดสินว่า มันดี ไม่ดี ให้คนดูจากทางบ้านส่งsms เลือกตัวเลือกมา เป็นการให้ความรู้ความเข้าใจ ทำให้เคลียร์ ขอร้องเฮอะ”

 

 

[Total: 3    Average: 5/5]