ป้าทุบรถ และบุหรี่ไฟฟ้า การถูกลิดรอนสิทธิ์จากกฎหมายเอื้อผลประโยชน์

ป้าทุบรถและ บุหรี่ไฟฟ้า การถูกลิดรอนสิทธิ์จากกฎหมายเอื้อผลประโยชน์

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่ป้าหัวร้อนจับขวานบรรเลงเพลงยุทธใส่รถกระบะที่จอดเห็นแก่ตัวขวางหน้าบ้านป้าจนเป็นข่าวครึกโครมทั่วประเทศ พร้อมทั้งเปรียบเทียบความเหมือนด้านสิทธิผู้บริโภคของคนไทยเกี่ยวกับการแบนบุหรี่ไฟฟ้าอย่างน่าสนใจ

ป้าทุบรถ

นามปากกา เพลิงสุริยะ นักเขียนสายการเมืองของหนังสือพิมพ์ชื่อดังของบ้านเราอย่าง “ไทยรัฐ” ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวดังในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาคือเรื่องของป้าจับขวานทุบรถกระบะที่จอดขวางหน้าบ้าน โดยหากมองผ่านๆ อาจเป็นเรื่องของชาวบ้านที่ทะเลาะหรือกระทบกระทั่งกันเป็นปกติประจำทั่วไป

แต่หากมองอย่างมีวิจารณะญานจะพบว่า ปัญหานี้มันเกิดขึ้นเพราะ การบังคับใช้กฎหมาย และสิทธิของผู้บริโภคอย่างชัดเจนครับ

เพราะในกรณีป้าทุบรถนี้ ถือว่าเป็นการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน เพราะขนาดศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวกับป้า แต่เจ้าหน้าที่ก็เฉยเมยเป็นเวลานานถึง 10 ปี จนเกิดเหตุขึ้นดังกล่าง

ก็ไม่รู้ว่าคำสั่งศาลมันเบา หรือว่าเงินใต้โต๊ะผลประโยชน์มันหนักกันแน่ ถึงทำให้ตลาดที่มีรายได้ต่อปีแค่ 18 บาทถึงได้อยู่ทน และผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดรอบบ้านป้าได้

และเมื่อเทียบเรื่องนี้กับกรณีของบุหรี่ไฟฟ้า จะเห็นว่ามีความคล้ายคลึงอยู่เช่นกันครับ เพราะสิทธิของผู้บริโภคก็ถูกเมยเฉยเช่นกัน ทั้งๆ ที่หลายประเทศมี ผลวิจัยออก มาแล้วว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีความปลอดภัยมากกว่าบุหรี่มวนยาสูบทั่วไป รวมถึงบุหรี่ทางเลือกชนิดนี้ยังช่วยให้คนเลิกบุหรี่ได้ ตามหลักฐานของประเทศที่เจริญแล้วอย่าง อังกฤษ นิวซีแลนด์ สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ เป็นต้น

บุหรี่ไฟฟ้า

แต่ก็ไม่รู้ว่าไม่อยากคนติดบุหรี่เลิกสูบหรืออย่างไร ถึงได้รังเกียจเดียดฉันท์บุหรี่นวัตกรรมใหม่ถึงขนาดนี้ หรือว่ามีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องอีกหรือไม่อย่างไรก็ไม่ทราบได้

น่าเสียดายคนที่ติดบุหรี่แล้วอยากเลิกบุหรี่ แต่ก็ถูกลิดรอนสิทธิ์ ทำให้ผู้ที่ต้องการใช้จำเป็นต้องหาช่องทางนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย เป็นช่องโหว่ให้เจ้าหน้ารัฐเรียกรับผลประโยชน์ได้อีก

เอาเป็นว่าใครอยากอ่านบทความฉบับเต็มแบบมันส์ๆ ก็ตามไปอ่านฉบับเต็มได้ที่ลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

ไม่รู้ว่าถ้ากลุ่มผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าออกมาแสดงการเคลื่อนไหวแบบป้าทุบรถบ้าง ถึงจะยอมเปิดกะลาบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้สินะ

อ่านข่าวฉบับเต็ม

https://www.thairath.co.th/content/1213153

[Total: 3    Average: 5/5]