ที่ใดมีการแบนบุหรี่ไฟฟ้า ที่นั่นจะมีอัตราการสูบบุหรี่สูง และย่อมเกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

กลุ่มผู้ให้การสนับสนุนแนวคิดการลดอันตรายจากควันบุหรี่ต่างมีความเห็นพ้องตรงกันว่า “การใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นวิธีช่วยเลิกบุหรี่อย่างได้ผล และคำกล่าวอ้างนี้ก็ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยและนักวิชาการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ชี้ว่า บุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นทางเลือกที่อันตรายน้อยกว่าการยังคงสูบบุหรี่มวนอยู่ เพราะบุหรี่มวนนั้นมีสารเคมีกว่า 7,000 ชนิด ซึ่งรวมถึงสารก่อมะเร็งอีกด้วย และนอกจากนั้นยังมีสารนิโคตินที่ทำให้เกิดเสพติด ในทางตรงกันข้าม การใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่มวนถึง 95% (ตามคำแถลงการณ์ของสาธารณสุขอังกฤษ)

แต่เป็นที่เรื่องน่าเศร้าที่ข้อเท็จจริงเหล่านี้มักถูกบิดเบือนหรือเพิกเฉยด้วยการมองว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าจะกลายเป็นปัญหาวิกฤติทางสุขภาพใหม่ของโลก ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (หน่วยงานสากลด้านสุขภาพ) กลับเป็นผู้ผลักดันในการคัดค้านบุหรี่ไฟฟ้าและยาสูบทางเลือก เช่น สนูส ตามแนวคิดลดอันตรายจากควันบุหรี่ (Tobacco Harm Reduction) ปัจจุบันมี 39 ประเทศแบนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในทุกรูปแบบโดยอ้างว่าเป็นการแพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชนและมีอันตรายต่อระดับประชากรถึงแม้จะไม่มีมูลความจริงก็ตาม แม้ว่าจะมีการโต้แย้งกันเรื่องการลดการใช้นิโคตินในกลุ่มเยาวชน แต่การกล่าวอ้างในเรื่องการแพร่ระบาดทางสาธารณสุขเป็นผลมาจากความคิดเห็นที่เป็นความเข้าใจผิด

ด้วยเหตุนี้รัฐบาลของ 39 ประเทศข้างต้นได้สร้างปัญหาแสนซับซ้อนจากการไม่รู้ว่าผลกระทบจากการแบนบุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นอย่างไร

แบนบุหรี่ไฟฟ้า ที่นั่นจะมีอัตราการสูบบุหรี่สูง และย่อมเกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

อัตราการสูบบุหรี่ที่สูงกว่า

สำหรับการวิเคราะห์นี้ผมใช้ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยแบบ “ ตัดไฟ ไร้ควัน” (No Fire, No Smoke) ในปี 2018 ที่จัดทำโดยนักวิจัยขององค์กรรู้เท่าทัน-ลงมือ-เปลี่ยนแปลง (Knowledge-Action-Change) ในกรุงลอนดอน ซึ่งก่อนหน้านี้ Vaping Post ก็เคยเผยแพร่ศึกษาวิจัยนี้ โดยรายงานเกี่ยวกับกรณีที่องค์การอนามัยโลกได้รับรองประเทศที่ห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าทั้งที่มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับการลดความเสี่ยงที่มีผลผูกพันกันอยู่ ซึ่งใน 39 ประเทศที่มีปัญหานั้นรวมถึงศูนย์กลางของโลกในแต่ละซีกโลก เช่น ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, เม็กซิโก, บราซิล, สิงคโปร์และแม้แต่เกาหลีเหนือ นอกจากนี้ยังมีการห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศตะวันออกกลางและประเทศมุสลิมส่วนใหญ่ เช่น อียิปต์ อินโดนีเซีย เลบานอน มาเลเซีย โอมาน กาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาอัตราการสูบบุหรี่ในประเทศที่ห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าแล้วจะพบว่ามีผลกระทบสืบเนื่องต่อการเพิ่มขึ้นของอัตราการสูบบุหรี่ เช่น ซาอุดิอาระเบียมีกฎหมายห้ามการขาย ห้ามผลิตและห้ามนำเข้าบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชกฤษฎีกาในปี 2012 ซึ่งพระราชกฤษฎีกานี้ยังควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าเหมือนผลิตภัณฑ์ยาสูบ จึงเป็นผลให้เกิดการแบน ซึ่งกฎหมายดังกล่าวหนุนหลังโดยกระทรวงสาธารณสุขของประเทศ โดยแทบจะทำให้ผู้ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมของตลาดบุหรี่ไฟฟ้าในซาอุดิอาระเบียอยู่นอกกฎหมายไปเลย จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้คาดการณ์ได้ว่าผู้สูบบุหรี่ในประเทศซาอุดิอาระเบียจะมีจำนวนถึง 10 ล้านคนในปี 2020 (โดยคำนวณจากสถิติในปี 2013) โดยถือว่าเป็น 1 ใน 3 ของประชากรประเทศ อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นโชคดีที่อัตราการสูบบุหรี่ในประชาชนชาวซาอุดิอาระเบียนั้นลดลง ซึ่งลดลงอย่างเด่นชัดเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง

จากรายงานของ Tobacco Atlas ระบุว่าข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2015 การสูบบุหรี่ยังคงแพร่หลายในหมู่ผู้ชายอายุ 15 ปีขึ้นไปโดยสูบบุหรี่ร้อยละ 27.9 สูบเป็นประจำ ทั้งนี้ การสูบบุหรี่และโรคที่เกิดจากบุหรี่เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประเทศตามสถิติการเสียชีวิตในประเทศ ตัวเลขสถิติอื่น ๆ ขัดแย้งกับตัวเลขอัตราผู้สูบบุหรี่ชายของ Tobacco Atlas ในช่วงร้อยละ 22 ถึงกว่าร้อยละ 30 เมื่อมองโดยรวมแล้วร้อยละ 12.2 ถึง 17 ของประชากรซาอุดิอาระเบียสูบบุหรี่ โดยมีหลักฐานเพิ่มเติมว่าเป็นประเทศผู้นำเข้ายาสูบรายใหญ่เป็นอันดับ 10 ของโลกในปี 2017นอกจากนี้ยังอยู่ใน 50 อันดับแรกของโลกที่มีการอัตราการบริโภคบุหรี่มากที่สุดต่อคนต่อปี

ประเทศอื่น ๆ ที่มีอัตราการสูบบุหรี่สูงและห้ามการใช้บุหรี่ไฟฟ้ารวมถึงญี่ปุ่น ซึ่งผู้ชายร้อยละ 33.7 ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไประบุว่าตนสูบบุหรี่ อัตรานี้สูงที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้วทั้งหมด

โปรดทราบว่าไม่มีการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ที่เด่นชัดที่เป็นผลมาจากวิธีการลดความเสี่ยงอย่างการสูบไอ การห้ามและสถิติที่มีในปัจจุบันเป็นผลสืบเนื่องตามที่ระบุไว้เท่านั้น อย่างไรก็ตามผมขอระบุว่ามีความเชื่อมโยงกันระหว่างการทำให้การสูบไอถูกต้องตามกฎหมายกับอัตราการสูบบุหรี่

ทฤษฎี Proliferation Dynamic คือ ความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันระหว่างอัตราการสูบบุหรี่และการแบนบุหรี่ไฟฟ้า โดยได้ข้อสรุปอิงจากการศึกษาวิจัย 3 ชิ้น

  • การศึกษาวิจัยครั้งแรกดำเนินการโดย ราชวิทยาลัยแพทย์แห่งสหราชอาณาจักร (Royal College of Physicians: RCP) ในปี 2016 ซึ่งสรุปไว้ว่า: “ การมีบุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณสุขในสหราชอาณาจักร” ในระดับประชากรทั่วไปในวงกว้าง นอกจากนี้การศึกษาวิจัยของ RCP ยังระบุด้วยว่า“ การที่บุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากเข้ามาแทนที่บุหรี่…ย่อมทำให้มีศักยภาพที่จะป้องกันอันตรายเกือบทั้งหมดจากการสูบบุหรี่ที่มีอยู่ในสังคม
  • การศึกษาวิจัยครั้งที่สองได้รับการตีพิมพ์ในวารสารควบคุมยาสูบ (Tobacco Control) ในปี 2018 จัดทำโดยกลุ่มนักวิจัยหลายชาติจากสหรัฐอเมริกา แคนาดาและออสเตรเลีย ในการศึกษาวิจัยนี้นักวิจัยสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้าอาจมีบทบาทในการลดอัตราการสูบบุหรี่ลงเป็นประวัติศาสตร์ในหมู่นักเรียนมัธยมปลายในสหรัฐอเมริกา จากการสำรวจการควบคุมยาสูบในระดับชาติซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่าการที่บุหรี่ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอาจส่งผลให้อัตราการใช้บุหรี่มวนของกลุ่มประชากรหนุ่มสาวที่มีอายุต่ำกว่า 26 ปีลดน้อยลง จึงมีความเป็นไปได้ที่การใช้บุหรี่ไฟฟ้าอาจมีบทบาทสำคัญที่ทำให้การสูบบุหรี่ในหมู่เยาวชนและผู้ใหญ่ลดลงอย่างชัดเจนเมื่อไม่นานมานี้
  • และงานวิจัยตัวสุดท้ายที่ยืนยัน PD ถูกตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติแห่งการวิจัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข (International Journal of Environmental Research and Public Health) ในปี 2015 ในการวิจัยนี้ นักวิจัยติดตามผู้สูบบุหรี่ที่ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าในอิตาลีเป็นระยะเวลาตลอดทั้งปี ในท้ายที่สุดได้ข้อสรุปว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าช่วยลดความเสี่ยงที่ใช้ได้จริง “ในระยะ 12 เดือน พบว่ามี 8% เป็นกลุ่มผู้ที่เลิกบุหรี่สำเร็จ และ 25.4% เเป็นกลุ่มผู้สูบบุหรี่น้อยลง และอีก 33.8% อยู่ในกลุ่มที่เลิกไม่สำเร็จ โดยงานวิจัยชี้ว่าผู้สูบบุหรี่ที่ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าจากร้านจำหน่ายอุปกรณ์ที่ได้รับคำแนะนำและการสนับสนุนอย่างมืออาชีพนั้นมีอัตราการเลิกบุหรี่ได้สำเร็จในอัตราที่สูง

 

จากงานวิจัยทั้งสาม เราสามารถสรุปได้ว่าอัตราการสูบบุหรี่ที่ลดลงนั้นจะเกิดขึ้นในกลุ่มประชากรที่ไม่ถูกห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้า และยังส่งผลลัพธ์ทางสุขภาพของประชาชนก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

https://www.vapingpost.com/2019/01/08/where-vaping-is-banned-smoking-rates-are-high-and-public-health-is-at-risk/

[Total: 4    Average: 5/5]

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *