เดือน: ตุลาคม 2017

“บุหรี่ไฟฟ้า” แม้ไม่ดีที่สุด แต่เสี่ยงมะเร็งน้อยกว่าบุหรี่มวนถึง 95%

“บุหรี่ไฟฟ้า” แม้ไม่ดีที่สุด แต่เสี่ยงมะเร็งน้อยกว่าบุหรี่มวนถึง 95%

ข่าวสาร, บุหรี่ไฟฟ้า
การเพิ่มขึ้นของ บุหรี่ไฟฟ้า ในประเทศอังกฤษที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ประสบความสำเร็จในการเลิกสูบบุหรี่มากขึ้น งานวารสารทางการแพทย์ของอังกฤษได้พิจารณาแนวโน้มการเลิกสูบบุหรี่และการสนับสนุนในอังกฤษตั้งแต่ปี พ. ศ. 2549 ถึง พ.ศ. 2558 ผู้เขียน กล่าวว่าการสูบบุหรี่ช่วยให้ผู้คนอีก 18,000 คนในอังกฤษ สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จในปี พ. ศ.2015 ทีมงานจาก University College London และ Cancer Research UK กล่าวว่าพวกเขาเป็นนักวิจัยเชิงสังเกตและไม่สามารถพิสูจน์สาเหตุและผลโดยตรงได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสูบบุหรี่กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้า เป็น “ผู้ร่วมให้ข้อมูลสำคัญ” ในการเทรนด์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวว่าวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการเลิกสูบบุหรี่ยังคงผ่านยาตามใบสั่งแพทย์และการสนับสนุนอย่างมืออาชีพจากบริการหยุดสูบบุหรี่ของ NHS ในท้องถิ่นฟรี บุหรี่ไฟฟ้า ยังไม่สามารถใช้ได้กับ NHS ยอดขายบุหรี่ไฟฟ้าเพ
ข้อดี บุหรี่ไฟฟ้า จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยในอังกฤษ

ข้อดี บุหรี่ไฟฟ้า จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยในอังกฤษ

งานวิจัย, บุหรี่ไฟฟ้า
ผลการวิจัยของยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน (ยูซีแอล) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถาบันโรคมะเร็งอังกฤษ ระบุว่า ผู้สูบบุหรี่ที่เปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างสิ้นเชิง (ไม่ใช่สลับกันไปมา) อย่างน้อย 6 เดือน จากการตรวจปัสสาวะและน้ำลายของผู้ร่วมทดลอง 181 คน พบสารเคมีที่ก่อมะเร็งลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับผู้สูบบุหรี่ธรรมดา ส่วนผู้ใช้หมากฝรั่งหรือแผ่นแปะช่วยเลิกบุหรี่ (เอ็นอาร์ที) ก็พบสารก่อมะเร็งลดลงมากเช่นกัน ดร.ไลออน ซาฮับ หัวหน้าทีมวิจัยยูซีแอลกล่าวว่า การศึกษาชิ้นนี้ช่วยยืนยันและเพิ่มความมั่นใจได้ว่า บุหรี่ไฟฟ้าและเอ็นอาร์ทีปลอดภัยกว่าบุหรี่แบบเผาไหม้มาก และเสี่ยงต่อสุขภาพต่ำมากเมื่อใช้ในระยะยาว แต่การวิจัยพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้ายังอยู่ในขั้นเริ่มต้น ที่มา : http://www.ucl.ac.uk/news/news-articles/0117/90217-e-cigarettes-safer-than-smoking
บุหรี่ไฟฟ้า มีสารก่อมะเร็งน้อยกว่าบุหรี่มวน (งานวิจัยจาก UCL)

บุหรี่ไฟฟ้า มีสารก่อมะเร็งน้อยกว่าบุหรี่มวน (งานวิจัยจาก UCL)

งานวิจัย, บุหรี่ไฟฟ้า
วันนี้(16ก.พ.60)บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์หรือ บุหรี่ไฟฟ้า เริ่มได้รับความนิยมจากสิงห์รมควัน เพื่อใช้ทดแทนการดูดบุหรี่แบบเดิมๆ เพราะเชื่อว่า จะดีต่อสุขภาพ และปลอดภัยมากกว่า บุหรี่ไฟฟ้าถูกคิดค้นและผลิตขึ้นครั้งแรกที่ประเทศจีนโดย บริษัท Ruyan ในปี 2004 ก่อนที่บริษัทอื่นจะพัฒนาออกมาหลากหลายขนาด และรูปแบบ แต่ทุกแบบจะมีหลักการทำงานไม่แตกต่างกัน โดยส่วนประกอบสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ 1.น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หรือ E – Liquid ซึ่งผลิตจากสารโพรพลีลีน กลีเซอรอล หรือเรียกสั้นๆ ว่า พีจี ซึ่งสารพีจีจะใช้เป็นตัวละลายกลิ่น หรือรสชาติกับนิโคติน 2. ตัวBattery สำหรับสร้างความร้อน 3.Cartridge ตัวอุปกรณ์ที่ใช้เก็บE – Liquid และ 4. Atomizer ตัวสร้างควันจากคลื่นความร้อนไมโครเวฟ ซึ่งส่วนประกอบทั้งหมดไม่ทำให้เกิดควันจากการเผาไหม้ แต่ควันที่เห็นเกิดจากไอน้ำจากอุปกรณ์สร้างควัน ข่าวจากรอยเตอร์ที่รายงานเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ระบุว